รีวิวภาพยนตร์ Godzilla vs Kong หนัง แอคชั่น ยิ่งใหญ่สะใจ ห้ามพลาด

รีวิวภาพยนตร์ Godzilla vs Kong หนัง แอคชั่น ยิ่งใหญ่สะใจ ห้ามพลาด

Godzilla vs. Kong - Trailer F1 (เสียงไทย) - YouTube
รีวิวภาพยนตร์ จักรวาล Monster หรือว่าบรรดา Kong Godzilla นั้นถือว่าปูกันมานานพอสมควรตั้งแต่ Godzilla ภาคแรก จนมาถึง เรื่องล่าสุด แน่นอนว่าทางค่ายก็พยายามปู เรื่องราวต่างๆมานานตั้งแต่แรกๆจนมาถึงการนำเสนอ Kong ในภาค Kong Skull Island นั้นเอง และ มาถึงปัจจุบันที่ทางค่ายนั้นเอาตัวละครระดับตำนานทั้ง 2 ตัวมาเจอกันในเรื่องล่าสุดนี้ที่ต้องบอกว่ามีความน่าสนใจและหลายๆคนน่าจะรู้จักรวมถึงสนใจกันอย่างแน่นอน

ต้องบอกว่าเป็นความฝันของสาวกและใครหลายๆคนที่อยากเห็นทั้ง 2 ตัวมาเจอกันในระดับภาพยนต์ฟอร์มยักษ์แบบนี้ ในยุคที่ CG อลังการและมีความเนียนตาขึ้นไปเรื่อยๆ และครั้งนี้เรื่องนี้ไม่ทำให้ผิดหวังเลยแม้แต่น้อยมีความจุใจจัดเต็มอย่างมาก และในครั้งนี้ก็ได้ดำเนินเรื่องสานต่อจากทั้ง Kong Skull Island และ Godzilla King of Monster แบบชัดเจน

เนื้อเรื่องในเรื่องนี้แน่นอนว่าหลายๆคนน่าจะพอรู้จักกันทั้งตัวละครและการต่อสู้รวมถึงมีการคาดเดาเนื้อเรื่องต่างๆมากมายและหลายคนอาจจะเดาได้ถูกถ้าเป็นสาวก Godzilla แน่นอนว่าเนื้อเรื่องการเล่าเรื่องตรงๆไปทั้งหมด สามารถคาดเดาหรือว่าพอรู้ว่าจะเป็นยังไงต่อไปได้แบบไม่ต้องมีเรื่องราวซับซ้อนแม้แต่น้อย และ ภาคก่อนๆนั้นมีหลากหลายเสียงบ่นกันว่าเรื่องราวของช่วง มนุษย์นั้นยืดและน่าเบื่อ แต่พอมาเรื่องนี้เหมือนทาง ผกก Adam Wingard ก็พอทราบและพยายามเล่าเรื่องส่วนนี้ให้น้อยที่สุด

และเน้นแอคชั่นแบบแน่นๆไม่ให้พักกันไปเลยแทนนั้นเอง แต่ถ้ามองในเรื่องส่วนของมนุษย์ก็ยังคงแทรกมาบ้าง และก็อาจจะอะไรดูง่ายไปทั้งหมดเลยจริงๆ แต่อย่างว่าในหนังแอคชั่นอาจจะไม่ได้เน้นในส่วนนี้เท่าไรนักครับ ไม่ได้มีดราม่า หรือ อะไรซึ่งก็เหมาะสำหรับคนที่เน้นแอคชั่น ต่อสู้กันเน้นๆไปเลยนั้นเอง ซึ่งถ้ามองเทียบกับหนังแนวนี้บอกเลยว่า ทาง ผกก เองจัดหนัก จัดเต็มมาให้สมการรอคอยครับ

แน่นอนว่าการเล่าเรื่องหลักๆจะเน้นไปทางตัวละคร 2 ตัวหลักๆการเล่าเรื่องเหมือนจะเน้นไปทาง Kong มากกว่าในการเล่าเรื่อง ในการบอกที่มาที่ไปในหลายๆอย่างน้ำหนักตัวละครเลยเยอะมากชัดเจนครับ เรียกได้ว่าหนังจะพยายามให้เราเอาใจช่วยตัวละครตัวนี้ไปด้วยนั้นเองเหมือนจะพยายามให้เราเข้าใจตัวละคร เข้าใจความผูกพันธ์ระหว่าง Kong และเด็กซึ่งเอาจริงๆก็ไม่ได้ลงลึกจนถึงขนาดนั้นเท่าไรครับ แต่มันจะเป็นอาารมณ์เห็นในตัวละครด้วยตัวของมันเองมากกว่าความผูกพันธ์ระหว่างคน ส่วนฝั่ง Godzilla นั้นจะนำเสนอเป็นตัวร้ายในช่วงแรกและเล่าเรื่องอาจจะไม่ได้ลงลึกเท่าไรนัก

จะมาเป็นสายบู๊ซะมากกว่าและยังคงเป็นเทพเหมือนเดิมในเรื่องนี้ และ มาเจอกันในช่วงท้ายก็เรียกได้ว่าเล่าเรื่องแน่นๆในตัว Kong และ มาสายบู๊กันในช่วงหลังแน่นๆ และใช้เวลานานให้เต็มถือว่าเป็นหนังที่ไม่ต้องคิดอะไรเยอะ และเน้นๆเอาใจแฟนๆในช่วงหลังเต็มที่ครับ สำหรับใครที่กลัวจะ 2 ตัวละครหลักไม่เด่นถือว่าแบ่งซีนได้ดี ส่วนตัวละครแทรก เสริม นั้นแน่นอนว่าก็มีมาเช่นเดียวกันและหลายๆคนน่าจะเดากันถูกครับ

ในเรื่องของนักแสดงในเรื่องนี้อาจจะไม่ได้เป็นแกนหลักสำคัญเท่าไรแน่นอนว่าอาจจะในเรื่องก่อนๆนั้นมีหลายเสียงว่าส่วนของมนุษย์นั้นอาจจะดูยืดๆในเรื่องนี้เลยใส่เข้ามาให้ไม่ได้หนักหรือเน้นมากนักครับ แต่ก็เป็นการเล่าเรื่องอิงตัวละครเดิมๆจากภาคก่อนหน้านี้หลายๆส่วนที่มาเล่าเรื่องต่อครับทั้งตัว Millie Bobby Brown ที่เป็นลูกสาวของ ดร. ในภาคก่อนหน้า หรือว่าจะเป็นคุณพ่อ Kyle Martin Chandler ที่สานต่อจากเรื่อง Godzilla นั้นเอง แต่ในภาคนี้ Monach เองนั้นกลับมีส่วนร่วมน้อยกว่าที่คิดไว้เยอะมากๆ ส่วนฝั่งทีม APEX นั้น ในเรื่องราวฝั่งตัวร้ายกลับธรรมดาและไม่ได้มีความรู้สึกถึงแรงจูงใจอะไรเยอะขนาดนั้นเท่าที่คิดครับ ทำให้เรื่องนี้เรื่องบทของฝั่งมนุษย์แอบธรรมดาครับ

งานภาพ และ เสียง รวมถึง ดนตรีประกอบคือที่สุดของในเรื่องนี้แล้ว เป็นเรื่องที่ต้องดูในโรงหนังและสมควรแก่การดูใน IMAX แบบชัดเจน เรื่องนี้แอดมินไปจัด IMAX มาบอกเลยว่าถ้าไม่ได้ดูในโรงนี้อาจจะพลาดความยิ่งใหญ่เรื่องนึงไปเลยครับ แม้ว่าจะไม่ได้ใช้งานอัตราส่วนแบบ iMAX แต่ความยิ่งใหญ่ อลังการของตัวงานภาพ มุมกล้อง CG ที่มีความเนียนมากๆสมจริงทุกฉาก ไม่เจอความลอย หรือ ไม่เนียนเลยแม้แต่ฉากเดียวส่วนนี้ขอชื่นชมทีมงานและความใส่ใจในเรื่องนี้อย่างมากครับ และโทนสี

การทำสีแม้จะไม่ได้สวยเท่า Kong Skull Island แต่ก็มีความสวยงามสมจริง และแสงสียามค่ำคืนช่วงฉากท้ายๆ แอบสวยและสีสันเล่นกับแสงได้ดีทั้ง แสงของ Godzilla และตัวเมืองก็ตามครับ ส่วนซาวด์ประกอบในเรื่องนี้ส่งเสริมให้หนังนั้นสนุกและมีส่วนร่วมได้ดีมากขึ้น ช่วยขับเรื่องอารมณ์ ความตื่นเต้นได้ดีชัดเจนถือว่า งานภาพเสียง และความลุ้นไปกับจังหวะหนังคือลงตัวและเป็นจุดที่เสริมแอคชั่นให้ดีมากขึ้น

Godzilla vs Kong' ถล่มรายได้ทั่วโลกสัปดาห์แรกไป 122 ล้านเหรียญ | #beartai

ภาพรวมนั้นเป็นหนังที่เน้นในเรื่องของแอคชั่นแบบล้วนๆซึ่งเป็นปกติของหนังแนวนี้และต้องบอกว่าเจาะตรงจุดที่หลายๆคนต้องการครับการให้ Airtime ฉากต่อสู้กันทั้ง 2 ตัวนั้นเน้นๆหนักๆทั้งเรื่อง ความอลังการทั้งเรื่องบอกเลยว่าเต็ม 10 ครับ ตอบสนองต่อแฟนๆที่รอคอยได้เป็นอย่างดี แต่เรื่องของบท การเล่าเรื่องในตัวนี้ในภาพรวมอาจจะเรียบๆธรรมกาตามฉบับทั่วไปเลยนั้นเองครับและคาดเดาอะไรได้ง่าย รวมถึงฝั่งมนุษย์เองนั้นก็ไม่ค่อยดีเท่าไรนักครับแต่ถ้ามองในแง่ของภาพยนต์แอคชั่น ต่อสู้ ของสัตว์ประหลาดแบบนี้แหละคือตอบโจทย์และทำได้ลงตัวของมันแล้ว และแนะนำให้ลองไป IMAX นั้นจะเสริมการดูหนังให้สนุกมากขึ้น เร้าใจมากขึ้น เสียงดังแน่น กระหึ่มแบบจัดเต็มครับ

 

ก็ต้องชื่นชมวอร์เนอร์และทีมงาน ที่สามารถหยิบข้อผิดพลาดจาก Godzilla: King of the Monsters (2019) มาแก้ไขรอยแผลต่าง ๆ ได้อย่างหมดจดโดยเฉพาะ เรื่องราวทางฝั่งมนุษย์ที่เป็นปัญหามาตลอดในหนังตระกูล Monsterverse ใน Godzilla vs Kong ก็เลยลดเวลาบนจอของเหล่ามนุษย์ทั้งหลายลงไป แล้วเพิ่มเวลาบนจอของก็อดซิลลา และ คิงคอง ให้อย่างจุใจ แต่ถ้าดูชื่อของผู้กำกับ อดัม วินการ์ด (Adam Wingard) แล้ว ก็ยังมองว่า วอร์เนอร์นี่ก็ยังกล้าเสี่ยงกับผู้กำกับหนังสยองขวัญเกรดบี อยู่อีกนะ

เพราะภาษีของ อดัม วินการ์ด นี่ก็ไม่ได้เครดิตดีไปกว่า ไมเคิล โดเฮอร์ตี้ (Michael Dougherty) จาก Godzilla: King of the Monsters เท่าไหร่เลย เคยกำกับแต่หนังทุนสร้างไม่ถึง 10 ล้าน อยู่ดี ๆ ก็ก้าวกระโดดมาคุมหนังทุนสร้าง 200 ล้านกันเลยทีเดียว แต่ก็ถือว่าโชคดีที่วอร์เนอร์ไม่พลาดซ้ำสอง Monsterverse ยังได้มีอนาคตไปต่อ

และอีกอย่างจากที่ผ่านมา เนื้อหาของเหล่ามนุษย์ก็มักจะวนเวียนเกี่ยวกับอดีตสามี-ภรรยา หรือดราม่าครอบครัว พ่อแม่ลูก ใน Godzilla vs Kong นี่ยิ้มได้เลยครับ ไม่มีดราม่าเหล่านี้ให้เห็นอีกต่อไป บทหนังวางหน้าที่ของตัวละครฝ่ายมนุษย์ได้ดีในภาคนี้ ด้วยการทำหน้าที่ในการเชื่อมโยงปริศนาการปรากฏของก็อดซิลลา กับภารกิจจำเป็นของคิงคอง และแผนการร้ายขององค์กร APEX

 

อีกจุดหนึ่งที่หนังทำหน้าที่เอาใจผู้ชมได้ดีก็คือ รอบนี้ไม่ต้องรอไปอีก 20 – 30 นาที กว่าจะได้เห็นคิงคอง หรือ ก็อดซิลลา อีกแล้ว เพราะคราวนี้เราได้เห็นหน้าคิงคองก่อนมนุษย์เสียอีก แม้ชื่อหนังจะเอา Godzilla ขึ้นนำ แต่เอาเข้าจริง ๆ เลย พูดได้เต็มปากเต็มคำล่ะว่าคิงคองดูมีความเป็น ‘พระเอก’ อย่างเด่นชัด เพราะหนังเล่าเรื่องโดยมีคิงคองเป็นจุดศูนย์กลางของเรื่อง ส่วนก็อดซิลลาก็โผล่มาพะบู๊ด้วยเป็นพัก ๆ ถ้าวิเคราะห์ตามแล้ว จากหนัง King Kong และ Godzilla ที่ผ่านมานั้น

จะให้คนดูเชียร์ก็อดซิลลามากกว่าก็คงทำได้ยากล่ะนะ เพราะด้วยพื้นฐานที่เป็นลิง แสดงสีหน้าสายตาสื่ออารมณ์ได้ หน้าตาก็ดูเป็นมิตรกว่าก็อดซิลลา และที่สำคัญคนดูตั้งแต่อดีตจดจำความรู้สึกว่าคิงคองถูกมนุษย์รังควาญและรังแกมาโดยตลอด แม้กระทั่งภาคนี้ก็เหอะนะ เดี๋ยวก็ลากคองไปนู่นไปนี่ ไม่ถามมันซักคำว่าอยากไปมั้ย

ถึงแม้ว่าคิงคองจะได้เปรียบในเรื่องได้ใจคนดูเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ก็ขอชื่นชมทีมเขียนบทอีกที ที่ฉลาดในการวางสถานะของ ‘ก็อดซิลลา’ ที่แม้ไม่ได้เป็นพระเอกจ๋าแบบคิงคอง แต่ก็ไม่ใช่ผู้ร้ายเสียทีเดียว แม้เห็นหน้าแล้วจะให้ทำใจเชื่อว่าเป็นสัตว์ยักษ์ฝ่ายดีได้ยากเต็มทีเหอะนะ ก็อดซิลลานี่ก็ประมาณเจ้าพ่อขาเก๋าที่ขี้หงุดหงิดประมาณนั้นล่ะ ก็ค่อยไปดูแล้วกันว่าบทหนังพลิกสถานะก็อดซิลลาให้กลับมาเท่ได้อย่างไร ดูหนังออนไลน์

 

ถึงแม้ว่าบทหนังจะมีการปรับเรื่องราวฝั่งมนุษย์ได้ดีขึ้น แต่กระนั้นพลอตเรื่องโดยรวมก็ยังค่อนข้างเบา และดำเนินไปบนสูตรสำเร็จของหนังแนวบล็อกบัสเตอร์เอาใจตลาดอยู่ดี ฝ่ายดีก็ดีตั้งแต่ต้นจนจบ ส่วนฝ่ายร้ายก็ร้ายแบบชัดเจนไม่ต้องแอบแฝง เรื่องราวเดินเป็นเส้นตรงไม่มีหักมุมให้เหวอแต่อย่างใด บทหนังก็ยังคงเต็มไปด้วยช่องโหว่เต็มไปหมด ซึ่งถ้าจริงจังคิดหาเหตุผลตามก็คงหมดสนุกล่ะ เพราะเต็มไปด้วยความเวอร์วังแทบจะทุกนาที ก็ปลอบตัวเองไป ว่านี่เราดูหนังฮอลลีวูดอยู่นะ

ภาคนี้ตัวละครส่วนใหญ่จะเป็นหน้าใหม่ รีเบ็กก้า ฮอลล์ (rebecca Hall) มาเป็น ดร.ไอลีน แอนดรูว์ ผู้รับผิดชอบในการควบคุมดูแลคิงคองบนเกาะกะโหลก ที่ดูมีอำนาจมากมายล้นฟ้าจัง คนเดียวสามารถตัดสินใจเคลื่อนย้ายคิงคองไปไหนมาไหนได้ หนำซ้ำยังเอาเรือบรรทุกเครื่องบินลำมหึมามาร่วมขบวนได้เป็นสิบ ๆ ลำเลยด้วย ตัวละครสำคัญในภาคนี้คือ ‘เจีย’ เด็กน้อยชาวเกาะ ที่โผล่มาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย แต่ก็ยังดีที่ดูไปสักพัก ดร.ไอลีน

ก็เล่าที่ไปที่มาของหนูน้อยให้คนดูรับทราบ ‘เจีย’ ได้หนูน้อย เคย์ลี ฮอตเทิล (Kaylee Hottle) มารับบท เป็นเด็กที่หน้าตาน่ารักมากกก หน้าตาขึ้นกล้อง ทำให้หนังดูสดใสขึ้นได้เยอะเลย บทของเธอนั้นเป็นเด็กที่หูหนวก เลยต้องใช้ภาษาใบ้ และที่ชวนอึ้งก็คือน้อง เคย์ลี เธอหูหนวกตั้งแต่กำเนิดจริง ๆ

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *