ลอดช่อง พร้อมสูตร แป้งเหนียวนุ่มเหมือนลอดช่องเจ้าดังเลย

ลอดช่อง พร้อมสูตร แป้งเหนียวนุ่มเหมือนลอดช่องเจ้าดังเลย

ลอดช่อง
ลอดช่อง

ขนมไทย เริ่มแพร่หลายมากขึ้นในสมัยอยุธยา ดังปรากฏข้อความ ในจดหมายเหตุหลายฉบับ
บางฉบับกล่าวถึง “ย่านป่าขนม” หรือตลาดขนม บางฉบับกล่าวถึง “บ้านหม้อ” ที่มีการปั้นหม้อ
และรวมไปถึงกระทะ ขนมเบื้อง เตาและรังขนมครก แสดงให้เห็นว่าขนมครกและขนมเบื้องนั้น
คงจะแพร่หลายมาก จนถึงขนาด มีการปั้นเตาและกระทะขาย บางฉบับกล่าวถึงขนมชะมด
ขนมกงเกวียนหรือขนมกง ขนมครก ขนมเบื้อง ขนมลอดช่องจนถึง สมัยสมเด็จพระนารายณ์
อันถือได้ว่าเป็นยุคทองของการทำขนมไทย ดังที่จดหมายเหตุฝรั่งโบราณได้มีการบันทึกไว้ว่า
การทำขนมในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชนั้นเจริญรุ่งเรืองมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อชาว
โปรตุเกสอย่างท่านผู้หญิงวิชาเยนทร์หรือบรรดาศักดิ์ว่าท้าวทองกีบม้าผู้เป็นต้นเครื่องขนมหรือ
ของหวานในวัง ได้สอนให้สาวชาววังทำของหวานต่าง ๆ โดยเฉพาะได้นำไข่ขาวและไข่แดง
มาเป็นส่วนผสมสำคัญอย่างที่ทางโปรตุเกสทำกัน ขนมที่ท่านท้าวทองกีบม้าทำขึ้นและยังเป็น
ที่นิยมจนถึงปัจจุบันก็ได้แก่ ขนมทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมหม้อแกง และรวมไปถึง
ขนมทองโปร่ง ขนมทองพลุ ขนมสำปันนี ขนมไข่เต่า ฯลฯ

ส่วนผสม ลอดช่อง
ใบเตยหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ 1 ปอนด์ (ประมาณ 450 กรัม)
น้ำปูนใส 9+1/2 -10 ถ้วย
แป้งข้าวเจ้า 3 ถ้วย
แป้งมันสำปะหลัง 1 ถ้วย
แป้งถั่วเขียว 4 ช้อนโต๊ะ
น้ำเย็นจัด
น้ำแข็งทุบ
ส่วนผสม น้ำกะทิ
น้ำตาลปี๊บ 3+1/2 -4 ถ้วย
เกลือป่น 1 ช้อนชา
กะทิ 5 ถ้วย

วิธีทำลอดช่องน้ำกะทิ
1. ทำน้ำกะทิ โดยใส่น้ำตาลปี๊บ เกลือป่น และกะทิลงในอ่างผสม ใช้มือขยำส่วนผสมเข้าด้วยกันจนน้ำตาลปี๊บละลายเข้ากันดี กรองด้วยตะแกรง

2. นำส่วนผสมน้ำกะทิขึ้นตั้งไฟปานกลาง เคี่ยวจนน้ำกะทิใกล้เดือด (ให้ส่วนผสมเดือดเฉพาะตรงกลาง ไม่เดือดพล่าน เพื่อไม่ให้กะทิแตกมัน) ประมาณ 10-15 นาที ปิดไฟ ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น เตรียมไว้ (สามารถทำไว้ล่วงหน้าหรือทำทิ้งไว้ข้ามคืนได้)

3. ใส่ใบเตยลงในเครื่องปั่น ตามด้วยน้ำปูนใส 6-7 ถ้วย ปั่นจนละเอียด จากนั้นคั้นเอาเฉพาะน้ำ เตรียมไว้

4. ใส่แป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง และแป้งถั่วเขียวลงไปในน้ำใบเตย โดยปล่อยให้แป้งค่อย ๆ จมลงไปในน้ำจนหมด (เทคนิค : ปล่อยให้แป้งจมลงไปในน้ำเอง รอประมาณ 1 นาที โดยไม่ต้องคน เพื่อให้มั่นใจได้ว่า แป้งจะได้ไม่จับตัวเป็นก้อน และละลายเข้ากับน้ำทั้งหมด) พอแป้งจมลงหมดแล้ว ค่อย ๆ คนผสมจนเข้ากันดี จากนั้นกรองด้วยตะแกรง เตรียมไว้

5. ใส่ส่วนผสมลงในกระทะก้นลึกขนาดใหญ่ นำขึ้นตั้งไฟปานกลาง กวนผสมตลอดเวลา ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง พอแป้งเริ่มเหนียว ค่อย ๆ เทน้ำปูนใสที่เหลือลงไปจนหมด กวนจนส่วนผสมเหนียว และมีสีใส

6. ตักส่วนผสมแป้งใส่เครื่องกดลอดช่อง กดแป้งเป็นเส้น ๆ ลงในน้ำเย็นจัด จากนั้นตักส่วนผสมขึ้น ใส่ลงในถ้วย ตามด้วยน้ำกะทิที่เตรียมไว้ และน้ำแข็ง พร้อมเสิร์ฟ

หมายเหตุ : สูตรนี้ใส่แป้งถั่วเขียว เพื่อทำให้ลอดช่องมีเนื้อเหนียว นุ่ม และสีสวยมากขึ้น เก็บไว้กินนาน ๆ จะไม่คืนตัวและเป็นน้ำ

ufabet24

โยเกิร์ตโบวล์พุดดิ้งเมล็ดเจีย พร้อมสูตร ที่ขนคุณประโยชน์มาเพียบ

โยเกิร์ตโบวล์พุดดิ้งเมล็ดเจีย พร้อมสูตร ที่ขนคุณประโยชน์มาเพียบ

อาหารมื้อดึก

มื้อเช้าสำคัญแค่ไหน
ช่วยลดโอกาสเกิดโรคนิ่ว
การไม่รับประทานอาหารนานกว่า 14 ชั่วโมงจะทำให้คอเลสเตอรอลในถุงน้ำดีจับตัวกันนาน หากนาน ๆ ไปสิ่งที่จับตัวกันนั้นจะกลายเป็นก้อนนิ่ว แต่หากเราทานอาหารเช้าเข้าไปล่ะก็ มันจะไปกระตุ้นให้ตับปล่อยน้ำดีออกมาละลายคอเลสเตอรอลที่จับตัวกันอยู่ได้ค่ะ
ช่วยพัฒนาสมอง
สำหรับเด็ก ๆ การอดอาหารเช้าเป็นประจำ อาจทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอส่งผลให้ร่างกายไม่แข็งแรง การเจริญเติบโตไม่เป็นไปตามเกณฑ์และยังส่งผลต่อสติปัญญา ทำให้ขาดสมาธิ ส่งผลเสียในระยะยาวอีกด้วยนะคะ

ส่วนผสม โยเกิร์ตโบวล์พุดดิ้งเมล็ดเจีย
เมล็ดเจีย
นมหรือโยเกิร์ต
น้ำผึ้ง
ผลไม้ตามชอบ

วิธีทำ โยเกิร์ตโบวล์พุดดิ้งเมล็ดเจีย
แช่เมล็ดเจียกับน้ำเปล่าค้างคืนไว้เพื่อให้พองเต็มที่ แล้วค่อยผสมกับนมหรือโยเกิร์ต ราดน้ำผึ้ง โรยผลไม้

ยูฟ่า

เผือกทอดเจ พร้อมสูตร ขนมทานเล่นของคนกินเจ แต่ไม่ทานเจก็สามารถทานได้จ้า

เผือกทอดเจ พร้อมสูตร ขนมทานเล่นของคนกินเจ แต่ไม่ทานเจก็สามารถทานได้จ้า

วิธีทำเผือกทอดเจ
วิธีทำเผือกทอดเจ

ถ้าอยากจะได้ประโยชน์จากการกินเจแบบนี้ เราก็ต้องเลือกสรรเมนูอาหารเจให้ได้คุณภาพด้วย โดยเน้นการกินให้ครบ 5 หมู่ เลือกกินแป้งหรือข้าวที่ไม่ผ่านการขัดขาว เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต ธัญพืชต่างๆ เลือกผัก-ผลไม้สด สะอาด เลือกกินของนึ่ง ต้ม ตุ๋น มากกว่าของทอดและผัด ลดของมัน กินหวาน-เค็มให้น้อยลง เลือกโปรตีนจากถั่วและเห็ดเป็นหลัก เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดโปรตีน
อวัยวะภายในได้หยุดพัก – อาหารเจจะเน้นผัก ผลไม้ คาร์โบไฮเดรต หรือโปรตีนจากถั่วต่าง ๆ ซึ่งจัดว่าย่อยง่ายกว่าเนื้อสัตว์มาก ระบบต่าง ๆ ในร่างกายจึงไม่ต้องทำงานหนัก เหมือนได้หยุดพักอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย หลังจากที่ทำงานหนักมาตลอดทั้งปี

สุขภาพจิตดีขึ้น – การกินเจถือเป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง เมื่อเราได้ทำบุญ ก็จะรู้สึกสบายใจ จิตใจผ่องใส เกิดความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง ส่งผลทำให้สุขภาพจิตในช่วงเวลานั้นดีขึ้นกว่าปกติ นอกจากนั้น คาร์โบไฮเดรต ผักและผลไม้บางชนิด ยังมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นเอนโดรฟีน โดพามีน และนอร์อิพิเนฟรินในร่างกาย ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้จะช่วยปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น และช่วยให้เรารับมือกับอาการหงุดหงิดได้เป็นอย่างดี
การกินเจ ถือว่าเป็นการละเว้นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตในช่วง 9 วันนี้ เป็นการกินด้วยจิตเมตตา และเพื่องดเว้นกรรม หลายคนเชื่อว่าเป็นการทำบุญทำกุศลอย่างหนึ่ง ทำให้จิตใจเราสงบสุขมากขึ้น แต่นอกจากจะได้บุญจากการกินเจแล้ว ประโยชน์ที่นอกเหนือจากนี้คือการได้ประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของเราเอง

ส่วนผสมเผือกทอดเจ

• แป้งข้าวเจ้า 1+1/4 ถ้วย
• แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1+1/4 ถ้วย
• น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
• เกลือป่น 1 ช้อนชา
• กะทิ 1 ถ้วย
• น้ำปูนใส 1/4 ถ้วย
• เผือกขูดเป็นเส้น 2 ถ้วย
• น้ำมันพืช (สำหรับทอด)
• น้ำจิ้มบ๊วย
• ถั่วลิสงคั่วบดหยาบ ๆ

วิธีทำ เผือกทอดเจ

1. ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งสาลีอเนกประสงค์ น้ำตาลทราย และเกลือป่นเข้าด้วยกัน
2. เติมน้ำกะทิและน้ำปูนใสลงไปคนผสมให้เข้ากัน
3. จากนั้นใส่เผือกขูดลงไปเคล้าผสมให้เข้ากัน และแป้งเคลือบติดเผือกจนทั่ว เตรียมไว้
4. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟ พอน้ำมันร้อนจัดให้ตักเผือกเป็นก้อน ๆ ลงทอดจนเผือกลอยขึ้น และสุกเหลืองกรอบ ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จาน
5. ผสมน้ำจิ้มบ๊วยกับถั่วลิสงคั่วบด เสิร์ฟพร้อมเผือก ufabet 

ขนมเปี๊ยะลูกส้มไส้ถั่วกวน สำหรับไส้สามารถเปลี่ยนเป็นไส้อื่น ๆ

ขนมเปี๊ยะลูกส้มไส้ถั่วกวน สำหรับไส้สามารถเปลี่ยนเป็นไส้อื่น ๆ

ขนมเปี๊ยะสด

ใครจะไปรู้ว่าเมนูขนมเปี๊ยะที่เราซื้อกิน ๆ อยู่จะมีส่วนผสมของสารกันบูดหรือไม่ เพื่อตัดปัญหาและได้กินขนมเปี๊ยะอบสดใหม่ก็ลงมือทำกินเองเลยสิคะ ขอนำเสนอวิธีทำขนมเปี๊ยะสด มาพร้อมทั้งสูตรแป้งชั้นนอกและแป้งชั้นใน และสูตรไส้ขนมเปี๊ยะหลากแบบ

ส่วนผสม แป้งชั้นนอก

  • แป้งสาลี (แป้งซาลาเปา หรือแป้งบัวแดง) 200 กรัม
  • น้ำตาลไอซิ่ง 50 กรัม
  • น้ำ 60 กรัม
  • สีผสมอาหารสีส้ม
  • น้ำมันถั่วเหลือง 60 กรัม

ส่วนผสม แป้งชั้นใน

  • แป้งสาลี 100 กรัม
  • น้ำมันพืช 40 กรัม

ส่วนผสม ไส้ถั่วกวน (ประมาณ 360 กรัม)

  • ถั่วเขียวเราะเปลือก 250 กรัม
  • น้ำตาลทราย 230 กรัม
  • เกลือ 1/4 ช้อนชา
  • น้ำมันพืช 1/2 ถ้วยตวง

วิธีทำไส้ถั่วกวน

     1. นำถั่วเขียวเราะเปลือกล้างน้ำให้สะอาดแล้วแช่ไว้ประมาณ 5 ชั่วโมง จากนั้นนำมาต้มจนถั่วเปื่อย ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที พอต้มถั่วเปื่อยแล้วพักถั่วให้เย็นสนิท (ไม่ต้องเทน้ำออก)
2. พออุ่นลงแล้วนำมาปั่นให้ละเอียด ปั่นพร้อมน้ำที่ต้มถั่ว ถ้าหนืดไปหยอดน้ำเพิ่มได้เล็กน้อย
3. ใส่ถั่วลงไปในกระทะ ตามด้วยน้ำตาลทราย เกลือป่น และน้ำมันพืช กวนด้วยไฟอ่อนจนเริ่มงวด และถั่วล่อนจากกระทะ จากนั้นพักให้เย็นลง

วิธีทำเปลือก ขนมเปี๊ยะลูกส้มไส้ถั่วกวน

     1. ทำแป้งชั้นนอกก่อนโดยผสมแป้งกับน้ำตาลไอซิ่ง คนให้เข้ากันแล้วนำไปร่อน ผสมน้ำกับสีผสมอาหารสีส้มแล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นนำน้ำที่ผสมสีส้มค่อย ๆ เทลงไป ตามด้วยน้ำมันพืช คนให้เข้ากัน แล้วนวดต่อจนแป้งเนียน พักไว้ประมาณ 10 นาที
2. ทำแป้งชั้นในโดยผสมแป้งกับน้ำมัน แล้วนวดพอเข้ากัน พักไว้ประมาณ 10 นาที
3. ชั่งแป้งชั้นนอกก้อนละประมาณ 47-48 กรัม จะได้ประมาณ 8 ลูก และแป้งชั้นในก้อนละประมาณ 17-18 กรัม จะได้ประมาณ 8 ลูก แล้วคลึงเป็นลูกกลม ๆ พักแป้งไว้อีก 10 นาที สำหรับไส้ถั่วชั่งก้อนละ 30 กรัม
4. รีดหรือแผ่แป้งชั้นนอกเป็นแผ่น แล้วห่อแป้งชั้นในให้แน่น พักแป้งไว้อีก 10 นาที
5. รีดแป้งเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดประมาณ 4×6 นิ้ว แล้วม้วนแป้งจากด้านยาว ม้วนให้แน่น
6. จากนั้นรีดครั้งที่ 2 ให้ได้ขนาดแป้งประมาณ 3×12 นิ้ว แล้วม้วนแป้งจากด้านยาว ม้วนให้แน่น
7. รีดแป้งอีก 1 รอบ โดยรีดจากปลายให้ได้ความกว้างประมาณ 1 นิ้ว พยายามรีดให้ได้ความกว้างเท่ากัน แล้วค่อย ๆ ม้วนแป้งให้แน่น ผ่าครึ่งแล้วนำมารีดเป็นแผ่นกลม ๆ พยายามรีดให้ก้นหอยอยู่ตรงกลาง นำไส้มาห่อ
8. เอาไปอบที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 25 นาที พออบเสร็จแล้วพักให้เย็นลงในถาดก่อนสัก 10 นาที แล้วค่อยนำขนมมาพักต่อบนตะแกรงจนเย็นสนิท ถ้าใครชอบกลิ่นควันเทียนก็สามารถนำไปอบควันเทียน ทิ้งไว้ประมาณ 1 คืน
9. พอขนมเย็นลงแล้ว นำไม้มาเจาะเป็นรูเล็ก แล้วนำเอาใบไม้มาตกแต่ง จะใช้ใบแก้วหรือใบโมกก็ได้

ตะโก้ สูตรนี้ใส่แค่แห้ว ทั้งนี้ใส่เผือกเพิ่มได้ มาพร้อมวิธีทำหน้ากะทิ

ตะโก้ สูตรนี้ใส่แค่แห้ว ทั้งนี้ใส่เผือกเพิ่มได้ มาพร้อมวิธีทำหน้ากะทิ

ขนมจากแป้งข้าวเจ้า

แป้งข้าวเจ้า (Rice flour)
แป้งข้าวเจ้า หรือบางทีก็เรียกว่า แป้งญวณ ทำมาจาก เมล็ดข้าวจ้าว จับแล้วสากมือ เมื่อใช้มือสัมผัสจะมีความหยาบเล็กน้อย แต่สากมือกว่าแป้งสาลี พอทำให้สุกแล้วตัวแป้งจะมีสีขาวขุ่น จับตัวกันเป็นก้อน เหมาะสำหรับนำไปทำอาหารที่ต้องการความอยู่ตัว เนื้อขนมจะมีความแข็งร่วน

เมนูที่ทำจากแป้งข้าวจ้าว ได้แก่ ขนมกล้วย ขนมเบื้อง ขนมดอกจอก ลอดช่อง ขนม ขนมตาล ขนมชั้น ขนมถ้วยตะไล (ขนมถ้วย) ซึ่งแป้งข้าวเจ้าถือว่าเป็นแป้งที่ถูกนำมาทำขนมไทยมากที่สุด

ส่วนผสม ขนมตะโก้

  • น้ำเปล่า 1 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1+1/2 ถ้วย
  • แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย
  • แป้งมัน 1/4 ถ้วย
  • แป้งถั่วเขียว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำลอยดอกมะลิ 2 ถ้วย (หรือน้ำ 2 ถ้วย ผสมน้ำหอมกลิ่นมะลิ 1/2 ช้อนชา)
  • น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น 2 ช้อนโต๊ะ
  • แห้วต้มสุก (หั่นเต๋าเล็ก) 1 ถ้วย
  • กระทงใบเตย

ส่วนผสม หน้ากะทิ

  • แป้งข้าวเจ้า 1/4 ถ้วย
  • กะทิ 2 ถ้วย
  • เกลือป่น 1 ช้อนชา

วิธีทำ ตะโก้แห้ว

1. ใส่น้ำลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำตาลทรายลงไปคนให้ละลาย ต้มจนเดือดและเหนียวเป็นน้ำเชื่อม พักไว้จนเย็น

2. ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน แป้งถั่วเขียว น้ำลอยดอกมะลิ และน้ำใบเตยจนละลายเข้ากันดี เทใส่ลงในส่วนผสมน้ำเชื่อม กวนผสมจนแป้งสุกเหนียวและใส จากนั้นใส่แห้วลงคนผสมให้เข้ากัน ยกลงจากเตา

3. ตักใส่กระทงใบเตยที่เตรียมไว้ประมาณ 3/4 ของกระทง ตามด้วยหน้ากะทิจนเต็มพิมพ์ พักทิ้งไว้จนอุ่น

วิธีทำ หน้ากะทิ ตะโก้

  • ใส่แป้งข้าวเจ้า กะทิ และเกลือป่นลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟใช้ความร้อนปานกลาง คนผสมจนข้น และเหนียว ยกลงจากเตา หยอดลงบนขนมตะโก้