สเต๊กเต้าหู้ซอสมะขาม พร้อมสูตรและวิธีทำ ทำเองได้ไม่ยาก ลองเลย

สเต๊กเต้าหู้ซอสมะขาม พร้อมสูตรและวิธีทำ ทำเองได้ไม่ยาก ลองเลย

เต้าหู้ช่วยลดน้ำหนักได้ดี การใส่เต้าหู้ไว้ในมื้ออาหารของคุณเป็นประจำสามารถช่วยป้องกันการกินมากเกินไปโดยไม่ได้ตั้งใจ เนื่องจากเต้าหู้มีแคลอรี่ต่ำ ทำให้เราบริโภคแคลอรี่โดยรวมน้อยลง และสามารถช่วยต่อสู้กับโรคอ้วนและปัญหาอื่นๆ ที่เกี่ยวกับน้ำหนักได้ และยังมี มีเลซิทิน ช่วยบำรุงสมอง เพิ่มทักษะความจำ อีกด้วย

สเต๊กเต้าหู้ซอสมะขาม
สเต๊กเต้าหู้ซอสมะขาม

ส่วนผสม สเต๊กเต้าหู้ซอสมะขาม

• เต้าหู้อ่อน 2 ก้อน
• พริกไทยดำป่น 1/4 ช้อนชา
• เกลือป่นหยาบ 1/4 ช้อนชา
• ซอสเปรี้ยว (วูสเตอร์ซอส) 1/2 ช้อนชา
• ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนชา
• น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ
• น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลทรายแดง 4 ช้อนชา
• น้ำมันพืชเล็กน้อย
• เฟรนช์ฟรายส์ทอด
• ผักสลัด

วิธีทำ สเต๊กเต้าหู้ซอสมะขาม

1. หมักเต้าหู้กับพริกไทยดำป่น เกลือป่น และวูสเตอร์ซอส คลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักไว้ 10 นาที
2. ตั้งกระทะพอร้อน ใส่น้ำตาลทรายแดงลงไปเคี่ยวให้เป็นสีน้ำตาล จึงเติมซีอิ๊วขาว น้ำมะขามเปียก และน้ำเปล่า เคี่ยวด้วยไฟอ่อนพอส่วนผสมข้น ยกลงพักไว้พออุ่น
3. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย พอร้อนนำเต้าหู้ที่หมักไว้ลงกริลล์จนสุกเหลืองทั้งสองด้าน ตักขึ้นจัดใส่จานราดด้วยซอสมะขามในข้อที่ 2 ตกแต่งด้วยผักสลัด รับประทานกับเฟรนช์ฟรายส์ ufabet 

ขนมจีนน้ำยาป่าตีนไก่ พร้อมสูตรและวิธีทำแบบละเอียด แซ่บถึงใจ

ขนมจีนน้ำยาป่าตีนไก่ พร้อมสูตรและวิธีทำแบบละเอียด แซ่บถึงใจ

ขนมจีนน้ำยาป่าตีนไก่
ขนมจีนน้ำยาป่าตีนไก่

กระชายขาวมีสรรพคุณ ช่วยแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อได้
แก้ปวดมวนท้อง ขับลม ช่วยให้กระเพาะ และลำไส้เคลื่อนไหวดีขึ้น แก้โรคอันเกิดในปาก แก้มุตกิด แก้ลมอันบังเกิดแต่กองหทัยวาต แก้ปากเปื่อย ปากแห้ง ปากแตกเป็นแผล แก้ปวดมวนในท้อง แก้บิดมูกเลือด แก้ปวดเบ่ง รักษาลำไส้ใหญ่อักเสบ บำรุงกำลัง ช่วยเจริญอาหาร ขับระดูขาว แก้ใจสั่น ราก(นมกระชาย) แก้กามตายด้าน ทำให้กระชุ่มกระชวย บำรุงความกำหนัด มีสรรพคุณคล้ายโสม หมอโบราณเรียกว่า “โสมไทย” หัวและราก ขับปัสสาวะ แก้กระษัย เบาเหลือง แดง เจ็บปวดบั้นเอว บำรุงกำหนัด บำรุงหัวใจ บำรุงกำลัง แก้ใจสั่นหวิว ขับปัสสาวะ หัวใช้เผาไฟฝนรับประทานกับน้ำปูนใส เป็นยาแก้บิด แก้โรคบังเกิดในปาก

ส่วนสูตรและเครื่องปรุงที่ต้องเตรียม
ตีนไก่ ( ขาไก่ ) ครึ่งกิโล
ปลานิล 1 ตัว
ลูกชิ้นปลา ( ตามชอบ )
ขนมจีน ( ข้าวปุ้น )
กระชาย 18-20 หัว
ข่า 10 ชิ้น
ใบมะกรูด 4 – 5 ใบ
ตะไคร้ 4 ต้น
พริกจินดาสีแดง 10- 15 เม็ด
พริกแห้ง ประมาณ 20 เม็ด ( เผ็ดตามชอบ )
กระเทียม 18-20 หัว
หอมแดง 18-20 หัว
น้ำปลาร้าต้มสุก 1-2 ทัพพี
ผงปรุงรส รสดี 1 ช้อน
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1 ช้อนชา

วิธีทำ ขนมจีนน้ำยาป่าตีนไก่
1.ตั้งน้ำให้เดือน ใส่ตะไคร้ลงไป ต้มลูกชิ้นปลาเพื่อลดกลิ่นคาว และนำตีนไก่มาต้มเพื่อเอาเมือกของไก่และกลิ่นคาวออก (การต้มตีนไก่ก่อนจะทำให้น้ำยาของเราไม่เสียง่าย)
2.เตรียมเครื่องแกง หอมแดง กระเทียม กระชาย พริกแห้ง ใบมะกรูด ข่า ตะไคร้ ต้มทุกอย่างให้สุก แล้วใส่เกลือป่น 1 ช้อน นำปลานิล ลงไปต้มให้สุก โดยประมาณ 20 นาที หลังจากนั้นนำปลาขึ้นมาพักให้เย็น
3.นำเครื่องแกงที่เตรียมไว้มาตำ กระเทียมหัวหอมให้เข้ากันดี หลังจากนั้นตักขึ้นพักไว้ แล้วนำกระชายมาตำต่อ
4.หลังจากนั้น เราจะทำพริกแห้ง ข่าตะไคร้ ตำรวมกันเพราะ 3 อย่างนี้ ข่าและตะไคร้จะมีเปลือกที่แข็ง นำมาตำละเอียดหลังจากนั้นนำน้ำที่ต้มปลา และเครื่องแกง มาผสม แล้วคั้นเอาให้เหลือแต่น้ำแกงเอากากใยที่แข็งออก
5.แกะเนื้อปลา เสร็จแล้วนำเนื้อปลาไปโคลกให้ละเอียด หลังจากนั้นนำเครื่องแกงที่เราเตรียมไว้ กระชายหัวหอมกระเทียมและเนื้อปลา ลงไปผัดในหม้อให้หอม นำน้ำที่เราต้มปลาทีแรกกรองใส่ลงไป แล้วน้ำพริกแกงที่เราคั้นไว้ ใส่ลงไปต้มให้เดือด หลังจากนั้นเติมน้ำได้ตามต้องการ อย่าใส่น้ำเยอะเพราะจะทำให้น้ำยาเราดูใสไม่น่ากิน
6.หลังจากนั้น กระชาย ตะไคร้ ใบมะกรูด ลงไปต้มด้วย เพื่อเพิ่มความหอมให้น้ำยาของเรา ต้มน้ำให้เดือด หลังจากค่อยใส่ตีนไก่ ที่เราเตรียมไว้ แล้วต้มไว้ให้เดือดอีก ปรุงรสชาติด้วนน้ำปลาร้าต้มสุก ผงปรุงรสรสดี น้ำปลาเล็กน้อย ปรุงรสชาติตามชอบ เมื่อต้มไก่จนเปลือยเรียบร้อย ใส่ลูกชิ้นแล้ว พริกจินดาสีแดง ต้นหอมที่เตรียมไว้ ก็เป็นอันเสร็จ พร้อมรับประทาน

ต้มยำปลาแซลมอน เป็นเมนูที่ขนความแซ่บ และประโยชน์มาด้วยกัน

ต้มยำปลาแซลมอน เป็นเมนูที่ขนความแซ่บ และประโยชน์มาด้วยกัน

ประโยชน์ของปลาแซลม่อน
ประโยชน์ของปลาแซลม่อน

ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

แซลมอน มี กรดไขมัน โอ เมก้า 3 ช่วย ชะลอ การสะสม ของ คราบ ไขมัน ใน หลอดเลือด หัวใจ ได้ การ บริโภค เนื้อ ปลาแซลมอน ช่วยลดระดับ ไขมันไตรกลีซอไรด์ แล้วก็ ช่วย เพิ่ม ระดับไขมันดี (HDL)ภายในร่างกายได้ด้วย ก็เลย ช่วยทำให้เพศหญิง ลด การเสี่ยง ที่จะกำเนิด โรคหลอดเลือดหัวใจ ช่วยทำให้ ปรับปรุง อารมณ์ ปลาแซลมอน สามารถช่วย ยกระดับอารมณ์ ของคุณได้ กรดไขมัน โอเมก้า 3 ที่ มี อยู่ ใน ปลา แซลมอน ช่วยลดการอักเสบ แล้วก็ ช่วยทำให้คุณอา รม ณ์ ดียิ่งขึ้น ได้ ซึ่ง ได้รับ การรับรอง จาก นักวิทยาศาสตร์ ว่า ผู้ที่ เป็นโรค เศร้าใจ จะ มี กรดไขมัน โอมเก้า 3 ต่ำยิ่งกว่าผู้ที่ อื่นถ้าหาก ได้รับ โอ เมก้า3 เพียงแต่ 32 กรัม จาก ปลา แซลมอน ก็จะก่อให้มีความรู้สึกเกิดกำลังใจ ไม่ห่อเหี่ยว ลดอาการซึมเซา ลงได้ อีกด้วย

ประโยชน์ของปลาแซลม่อน
ประโยชน์ของปลาแซลม่อน

ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง

อีกหนึ่ง อย่างที่ ใน แซลมอน คือ ธาตุโพแทสเซียม มีคุณสมบัติ เช่นเดียวกับ โอเมก้า 3 ตรง ที่ มัน สามารถ ช่วยควบคุม ความดันเลือด ทำให้การเสี่ยงสำหรับเพื่อการเป็น โรคหลอดเลือดสมองต่ำลง มีการค้นคว้าวิจัย จำนวนมาก พบว่า การ ทานโพแทสเซียม ทำให้ ความดันเลือด ลดน้อยลง ที่สำคัญ ช่วยคุ้มครองป้องกัน ไม่ให้ มีการคั่งน้ำส่วนเกิน ภายในร่างกาย ดีสำหรับหัวใจ เห็นได้ชัดจาก ข้อสรุป ด้าน โภชนากาที่กล่าวมาข้างต้นว่า ปลาแซลมอนอุดมไป ด้วยกรดไขมัน โอ เมก้า 3 ซึ่ง กรดไขมันโอเมก้า 3 เป็น กรดไขมัน ไม่อิ่มตัว เชิงซ้อน ที่ มี พันธะ คู่ หลายตัว EPA และ DHA เป็น กรดไขมัน โอ เมก้า 3 ที่ มีอยู่ ใน ปลาแซลมอน ทั้ง 2 ประเภท นี้ ช่วยลด ระดับไตรกลีเซอไรด์ โดย การลด ระดับ LDL และ เพิ่ม การย่อยสลาย ของกรดไขมัน ทั้งนี้ จะช่วย ปกป้อง การเกิด คราบเปื้อน จุลชีพ และก็ สามารถ คุ้มครองคุณ จากโรคหัวใจ และก็เส้นโลหิต สมองตีบ

 

ต้มยำปลาแซลมอน
ต้มยำปลาแซลมอน

ส่วนผสม ต้มยำปลาแซลมอน
แซลมอน 500 กรัม
ข่าหั่น 8-10 ชิ้น
ตะไคร้หั่น 12-15 ชิ้น
ใบมะกรูดฉีก 10-12 ใบ
หอมแดง 4-5 หัว
มะเขือเทศหั่น 6-8 ชิ้น
มะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
พริกแห้งคั่ว 5-6 เม็ด
เกลือ 2 ช้อนชา
มะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูสวนตำแหลก 12-15 เม็ด
ผักชีฝรั่ง

วิธีทำ ต้มยำปลาแซลมอน
ล้างปลาแซลมอนให้สะอาด พักไว้
ตั้งน้ำให้เดือดใส่เครื่องต้มยำ ได้แก่ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง มะขามเปียก มะเขือเทศ และพริกแห้ง ตั้งไฟจนเครื่องต้มยำมีกลิ่นหอม
ใส่ปลาแซลมอนลงไป (อย่าเพิ่งคน รอจนเดือดสักครู่) ตักเอาฟองที่ลอยขึ้นมาออก เมื่อเนื้อปลาเริ่มสุกใส่เกลือลงไป
ปิดไฟ ปรุงรสด้วยมะนาว น้ำปลา น้ำตาลทราย โรยด้วยพริกขี้หนูที่ตำไว้ ใส่ผักชีฝรั่ง

 

ยำมะระกุ้งสด พร้อมน้ำยำสูตรพิเศษ ที่จะทำให้คุณลืมความขมของมะระเลย

ยำมะระกุ้งสด พร้อมน้ำยำสูตรพิเศษ ที่จะทำให้คุณลืมความขมของมะระเลย

กุ้งต้านโรคได้
กุ้งต้านโรคได้

มีสารต้านการก่อตัวของมะเร็ง
กุ้งมีสารประเภท แคโรน นอ ยด์ ตัวอย่างเช่น เอ ส ตา แซน ธิน ที่ ช่วยลดการเสี่ยงของโรคมะเร็ง หลากหลายประเภท มี ซิลิเนียม ที่แม้ว่าจะ นับ เป็น “แร่ธาตุ รอง” หรือ ธาตุ ที่ร่างกาย อยากได้น้อยกว่า 100 กรัมต่อวัน แม้กระนั้น ธาตุ นี้ ช่วยลดอัตราการเกิด โรคมะเร็ง ได้ หลายแขง อย่างเช่น โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก และก็ โรคมะเร็งปอด เนื่องจากว่า เป็น องค์ประกอบ หลัก ของ กรุ๊ป โปรตีนที่ทำหน้ที่เร่งปฏิกิริยาเคมี ที่ มีฤทธิ์ต้านทาน อนุมูล อิสระ (ตัวอย่างเช่น กลูต้าไธ โอน เปอ ร์ออกซิเดส) ปฏิบัติหน้าที่ยั้ง แล้วก็ ยับยั้ง โทษ ของอนุมูล อิสระที่ เป็นต้นเหตุ ของ โรคมะเร็ง แล้วก็ ยิ่งไป กว่าซิเลเนี ยม ที่เจอ ใน กุ้ง ช่วย ชะลอ การเจริญเติบโต ของ เนื้องอก ซึ่ง การรับประทาน กุ้ง เสมอๆ จะ ช่วยทำให้ลด การเสี่ยง ของ การ เป็น โรคมะเร็ง จากซิเลเนี ยม ที่เป็น องค์ประกอบ ทาง อินทรีย์ หลัก ของ กุ้ง นั่นเอง

ส่วนผสม ยำมะระกุ้งสด
มะระจีนซอยบาง ๆ 1 ถ้วยตวง
น้ำเปล่า
น้ำเย็น
น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง
เนื้ออกไก่สับ 1/2 ถ้วยตวง
กุ้งสด 5-7 ตัว (ปอกเปลือกผ่าหลังดึงเส้นดำออก)
กระเทียมสับ 2 ช้อนชา
พริกขี้หนูแดงซอย 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
หอมแดงซอย 3 ช้อนโต๊ะ
ใบสะระแหน่ 10 ใบ
ผักชีเด็ดเอาแต่ใบ 10 ใบ

ยำมะระกุ้งสด
ยำมะระกุ้งสด

วิธีทำ ยำมะระกุ้งสด
1. ต้มน้ำเปล่าให้เดือด ใส่มะระลงลวกพอเปลี่ยนสี ตักขึ้นใส่น้ำเย็น สะเด็ดน้ำพักไว้
2. นำน้ำเปล่าประมาณ 1 ถ้วยตวง ใส่หม้อ ยกขึ้นตั้งไฟ นำเนื้อไก่สับและกุ้งสดลงไปลวกให้สุก ตักขึ้นพักไว้ให้เย็น
3. ทำน้ำยำโดยผสมกระเทียม พริกขี้หนู น้ำปลา น้ำตาลทราย และน้ำมะนาว คนให้เข้ากัน
4. ใส่มะระลวก เนื้อไก่ลวก กุ้งลวก และหอมแดง ลงไปในน้ำยำที่เตรียมไว้ ใส่ใบสะระแหน่และผักชี คลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

ยำสตรอว์เบอร์รีกุ้งกรอบหมูสับ ของคาวกับผลไม้ที่เข้ากันอย่างลงตัว

ยำสตรอว์เบอร์รีกุ้งกรอบหมูสับ ของคาวกับผลไม้ที่เข้ากันอย่างลงตัว

รส ของอาหาร มี หลาย รส ด้วยกัน ตัวอย่างเช่น รสเค็ม รสหวาน รสเผ็ดรส ขม และก็รสเปรี้ยว ซึ่ง ใน แต่ละรส ก็มีคุณ
ประโยชน์ต่อสุขภาพ แตกต่างกันไป รสเปรี้ยว ก็ เป็น รส หนึ่ง ที่ สร้าง ความ จัดจ้าน ให้กับ ของกิน บางอย่าง ไม่ว่า จะ เป็น เมนู
ต้มย่ำ หรือ ยำต่งๆ จนกระทั่ง ถ้าหากขาดรสเปรี้ยว ไป อาหารจาน นั้น จะ หมด ความ อร่อย ไปทันที

ประโยชน์ซึ่งมาจากรสเปรี้ยว ที่ ได้ จากผักรวมทั้ง ผลไม้ ทั่วๆไป
การ ทานผักผลไม้ ที่ มีรส เปรี้ยว เป็นประจำ จะ ช่วยทำให้ร่างกาย ได้รับ วิตามินต่างๆ ที่ มีคุณประโยชน์ ทั้ง ยัง ช่วย รักษา หรือ
ทุเลา โรคบาง ประเภท ได้ และก็ มักพบ สาร สำคัญ ที่ มี มากมาย ใน รสเปรี้ยว คือวิตามิน ซี

ผลไม้รสเปรี้ยวไว้กินให้ตาสว่าง
ผลไม้รสเปรี้ยวไว้กินให้ตาสว่าง

1. การรักษาโรค
มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ มีฤทธิ์ ในด้าน กรปกป้อง เซลล์ ไม่ ให้ย่อยสลาย เร็ว สร้าง ภูมิต้านทาน แล้วก็ ช่วยคุ้มครองปกป้องไม่
ให้เลือดไหลตามไรฟัน ช่วย ควบคุม ระดับ คอเลสเตอรอล ภายในร่างกาย ถ้า กิน ร่วมกับ วิตามิน อี จะ ยิ่ง ช่วย ลด การยึด ตัว
ของ ไขมัน ที่อยู่ ตาม ฝาผนัง เส้นเลือด
มีประสิทธิ์ ภาพ สูง ในการ รักษาโรค ที่มา จากเชื้อไวร้ส ถ้าหาก พวกเรา นำ น้ำ มะนาว มารับ ประทาน กับ น้ำอุ่น จะ ช่วย ใน เรื่อง
ของ โรคไข้หวัด ลด การไอ จาม ขับ สลด หรือนำ มะนาว มารับ ประทาน กับ เกลือ จะ ช่วย สำหรับเพื่อการกัด ขัด เสลด
ช่วย ในด้าน ระขบขับถ่าย แล้วก็ระขาย ตัวอย่างเช่นมะขาม แล้ว กรองเอา กากออก แล้ว เอาน้ำ ที่ ได้มา ดื่ม จะ ช่วยท่ให้
ไส้ดำเนินงาน ได้ดิบได้ดี ทำให้อุจจาระ นุ่ม ขึ้น หิวคลาย ร้อน ขับ เมื่อก ที่อยู่ ในไส้ ตัวอย่างเช่น กระเจี๊ยบ แดง
กระตุ้น ต่อมน้ำ ลาย เมื่อ ทานอาหาร ที่ มีส เปรี้ยว เข้าไป วิตามิน ซี ที่ มีอยู่ จะ ช่วย กระตุ้น ต่อมน้ำ ลาย ให้ ขับ น้ำลาย ออกมา
เพื่อหล่อเลี้ยง ช่องปากมากขึ้น ทำให้ลด อาการ อักเสบ หรือ อาการ บวม ได้เร็ว ขึ้น

2. ด้านความงาม
ช่วยรักษาโรค ผิวหนัง ทำให้ ผิวพรรณ ผ่องใส ลด ฝ้า และก็ จุดด่าง ดำบน บริเวณใบหน้า รักษาแผล ไฟเผา น้ำร้อน ลวก
รักษาสิว ปรุงตา รีบการสับเปลี่ยน เซลล์ รักษาผิว ที่แกลาย ขาลาย หรือ ส้นเท้าแตก ได้ ผลไม้บางสั่งบางอย่าง ที่ มีรส
เปรี้ยว ดังเช่น มะนาว สามารถ ให้ น้ำมันหอมระเหย เมื่อ สูดกลิ่น หอม แล้ว ทำให้ ร่างกาย สดชื่น

3. ประโยชน์ทั่วไป
ป้องกันภัย จาก สัตว์เป็นพิษต่างๆ นอกจากนั้นสเปรี้ยว ยังมีฤทธิ์ ช่วยสำหรับในการย่อย สลาย ก้างปลา โดยให้นำผลไม้ ที่
มีรส เปรี้ยว ยกตัวอย่างเช่น มะนาว มา อม และหลังจากนั้นก็ค่อย ๆ กลืน จะ ช่วยทำให้ปรับ ก้าง อ่อนตัว แล้ว หลุด หล่น ลงไป จึง
หาย จาก อาการติดคอได้ ลบรอย เตารีด ที่ เป็น รอย บน เสื้อผ้า หรือ หมึก เปรอะ บน เสื้อผ้า ได้เช่นเดียวกัน

ยำสตรอว์เบอร์รีกุ้งกรอบหมูสับ
ยำสตรอว์เบอร์รีกุ้งกรอบหมูสับ

ส่วนผสม ยำสตรอว์เบอร์รีกุ้งกรอบหมูสับ

• น้ำซุป
• พริกขี้หนู
• หอมใหญ่
• มะเขือเทศ
• น้ำปลา
• น้ำตาลทราย
• น้ำมะนาว
• ขึ้นฉ่าย
• สตรอว์เบอร์รีสด (หั่นครึ่ง)
• กุ้งทอดกรอบ
• หมูสับรวน
• ผักสลัด

วิธีทำ ยำสตรอว์เบอร์รีกุ้งกรอบหมูสับ

1. เตรียมภาชนะสำหรับยำ ใส่น้ำซุปลงไปเล็กน้อย
2. ใส่พริกขี้หนู หอมใหญ่ มะเขือเทศ น้ำปลา น้ำตาลทราย และน้ำมะนาวลงไป คนให้เข้ากัน โรยด้วยขึ้นฉ่าย
3. ใส่สตรอว์เบอร์รีลงไป แล้วตามด้วยกุ้งที่นำไปทอดจนกรอบ และหมูสับลวนใส่ลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่จาน ตกแต่งให้สวยงามด้วยผักสลัด พร้อมเสิร์ฟ

 

ผัดฉ่าปลาหมึก เครื่องแน่นๆ กับปลาหมึกตัวโตๆ อร่อยอย่าบอกใคร

ผัดฉ่าปลาหมึก เครื่องแน่นๆ กับปลาหมึกตัวโตๆ อร่อยอย่าบอกใคร

หลายๆคน ก็ ยัง มีความเห็นกันว่า ปลาหมึก เป็น ของกิน ที่ ยิ่งกิน ยิ่ง อ้วน ด้วยเหตุว่ามีคอเลสเตอรอล สูง ข้อแรก จำต้องขอ
ชี้แจง ก่อน ว่า ใน ปลาหมึก มีคอเลสเตอรอล สูง จริง แต่ว่า ก็ มี จำนวน ไขมัน กรุ๊ป โอ เมก้า 3 อยู่ มากไม่น้อยเลยทีเดียว เช่น
เดียวกัน โดย โอเมกา 3 ใน ปลาหมึก จะ ปฏิบัติหน้าที่ ยั้ง จำนวน คอ เลตเตอ คอย ล ให้อยู่ ใน ระดับที่พอดี ได้ ก็เลย อาจจะ
กล่าวว่า คอ ลเลตเตอ รอคอย ล ใน ปลาหมึก ไม่เป็นผล เสีย อะรก็ตาม กับ ร่างกายถ้าเกิด กิน ให้สมควร เปรียบเทียบกับ เนื้อหมู
หรือ เนื้อวัวด้วย แล้ว จะ พบว่า ปลาหมึก ทำให้เป็นโรค หัวใจ หรือ คอ ลเลตเตอ คอย ล สูง ได้น้อยกว่า เนื่องจากว่า เนื้อหมู รวม
ทั้งวัว นั้นไม่มี โอเมก้า 3 นั่นเอง

ปลาหมึกสด
ปลาหมึกสด

1. ปลาหมึกมีโอเมกา 3

ที่จำเป็นต้องต่อสุขภาพร่างกาย โดย โอเมกา 3 ใน ปลาหมึก นั้น มีส่วนช่วย สำหรับเพื่อการ เติบโต
ของเด็ก ไม่ว่า จะเป็นการ ปรับปรุง ด้าน เชาวน่ ช่วย เพิ่ม สมาธิ และก็ ความจำ ทั้งยัง ยังมีส่วนช่วย สำหรับในการ ปกป้อง การ
อักเสบ ของ กล้าม กระดูก แล้วก็ ข้อยิ่งไปกว่านี้ โอเมกา 3 ยัง มีคุณประโยชน์ กับ ม่าม้า ที่ตั้ง ท้อง โดย มีงานศึกษาวิจัย บอก
ว่า กรดไขมัน โอเมกา 3 ในส่วน ของ DHA นั้น สามารถมีผลต่อ ระบบ สายตา ประสาท แล้วก็ สมอง ของ เด็กอ่อน โดยยิ่งไป
กว่านั้น ใน ตอน สาม เดือน แรก ก่อน คลอด โดยเหตุนี้ ถ้าม่าม้า ท่าน ใดกิน ปลาหมึก ใน จำนวน ที่ สมควร ทารกในท้อง ก็ จะได้
รับ โอเมกา 3 ตั้งแต่ ใน ท้องไป ด้วย

2. คุณประโยชน์ของ ปลาหมึก

ช่วยทำให้ ขริเวณใบหน้า เปล่งปลั่ง ดู อ่อน กว่า วัย เหตุเพราะ ใน อาหารทะเล จะมี จำนวน คอ ลาเจน
อยู่ค่อนข้างจะ สูง ผู้รักสุขภาพ แลก็ ความงาม หลายท่าน ก็เลยนิยมรับประทาน ผลิตภัณฑ์ ที่ ได้จาก ปลานํ้าลึก ประเภท
หูฉลามหรือ ครีบ ปลาฉลาม แม้กระนั้น ก็ ราคาแพง ค่อนข้างจะ สูง ด้วยเหตุผลดังกล่าว ปลาหมึก ก็เลย เป็น โอกาส ที่ ดีมากกว่า
เพราะว่า ปลาหมึก เป็น ของกิน ที่ จำนวน คอลา เจน สูง และก็ ยัง ซับได้ง่ายเมื่อ เทียบกับ หูฉลาม หรือ ตื่น ไก่ นอกเหนือจากนี้
ใน ปลาหมึก ยัง คลอเรสเตอรอล ประเภท ดี ที่ มีส่วนช่วย สำหรับในการ จะ บำรุง ผิวหนัง ทำให้ผิวหน้า กระชับ เต่งตึง ไม่ เหี่ยว
ย่น ช่วยรักษาสิว และก็จุดด่างดำ

3. ปลาหมึก ช่วย ปกป้อง โรค

คอพอก หรือ ภาวะ ขาด สร ไอโอดีน โดยปติ แล้ว โรค คอพอก เป็นโรค ที่เกิดขึ้นมาจาก ความผิด
ปกติ ของ ต่อมไทรอยด์ ด้วยเหตุว่า ร่างกาย ขาด ไโอดีน ทำให้คนไข้ มีลักษณะ คอ โต หรือ คอพอก ตามมา ด้วยเหตุดังกล่าว
การ กินอาหาร สมุทร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปลาหมึก จะมีส่วนช่วย สำหรับในการ คุ้มครองปกป้อง โรค คอพอก ได้ เพราะเหตุว่า
ปลาหมึก จะมี ปริ มารไอโอดีน สูง โดย ปลาหมึก น้ำหนัก 100 กรัม จะ มี จำนวน ไอโอดีน มากถึง 54 ไมโครกรัม หากแม้
ไอโอดีน จะ เป็น สารอาหาร ที่ร่างกายอยากได้ไม่มากนัก แต่ถ้ารับประทาน ไม่เพียงพอ ก็ จะมีผลให้ กำเนิด โรค ต่างๆ ตามมา
ได้

4. ปลาหมึก มีประโยชน์ สามารถ ยับยั้งเนื้องอก ได้

ไม่เชื่อ ก็ จะต้อง มั่นใจว่า ปลาหมึก เป็น ของกิน สารพัดประโยชน์ จริงๆ โดย เว้น
แต่ตัวปลาหมึกจะมี ไอโอดีน คอลาเจน หรือ โอเมกา 3 แล้ว น้ำหมึก ของ ปลาหมึก ก็ ยัง มี กรดอะมิโน ที่ จำเป็นจะต้องต่อ
สภาพทางด้านร่างกาย รวมทั้งมี สารยั้ง เนื้องอก ภายในร่างกาย อีกด้วย โดย ใน หมึก ของ ปลาหมึก ที่ เรียก ว่า squid ink จะมี
สารอาหาร ประเภท คาร์โบฮเดรต กรุ๊ป โพลี แซค ติดอยู่ ไร ด้ ประเภท เปป ไท ด้ ซึ่ง ปลาหมึก จะ ใช้ หมึก นี้ พ่น ใส่ ศัตรู เป็นการ
อำพรางตัว รวมทั้ง เอาชีวิตรอด โดย นักค้นคว้า ได้ นำ น้ำหมีก ของ ปลาหมึก มา ศึกษาค้นคว้า ถึง ค่า ทาง โภชนาการ และก็ พบ
ว่า peptidoglycan ซึ่งเป็นองค์ประกอบ ย่อย ใน หมีก ดังที่ใด้กล่าวมาแล้ว มี ลักษณะเด่น สำหรับการ ยั้ง การเกิด เนื้องอก
ภายในร่างกาย ของตัวทดลอง ตาม ห้องอาหารต่างๆ ก็เลย เริ่ม มีการ นำ น้ำาหมึก ของ ปลาหมึก มา ผสม กับ ของกิน ไม่ว่า จะ เอา
มา เป็นน้ำา ซอสราด ผสม เป็น ก๋วยเตี๋ยว เส้น ด่ หรือ พาสต้า ที่ เป็นรายการอาหารรัก สุขภาพ ที่ พบเจอ ได้ ในขณะนี้

ส่วนผสม ผัดฉ่าปลาหมึก

• ปลาหมึก 300 กรัม
• กระเทียม 10 กลีบ
• พริกขี้หนู 10 เม็ด
• น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำซุปไก่ 2 ช้อนโต๊ะ
• กระชายซอย 1/2 ถ้วย
• ใบมะกรูด 6 ใบ
• พริกชี้ฟ้าเหลือง 3 เม็ด
• ใบกะเพรา (หรือใบโหระพา) 1 ถ้วย

ผัดฉ่าปลาหมึก
ผัดฉ่าปลาหมึก

วิธีทำ ผัดฉ่าปลาหมึก

1. นำกระเทียมและพริกขี้หนูมาตำพอหยาบ ๆ พักไว้ก่อน
2. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟกลาง ๆ นำพริกที่เราตำไว้มาผัดกับน้ำมันให้หอม
3. นำปลาหมึกที่เราล้างและหั่นเป็นชิ้นแล้วนำมาผัดในกระทะค่ะ ไม่ต้องรอให้สุกนะคะ เราจะปรุงรสกัน เพราะว่าเนื้อปลาหมึกจะสุกเร็วค่ะ
4. ปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายค่ะ ใส่น้ำปลานิดหน่อย อย่าใส่เยอะ เพราะปลาหมึกมีความเค็มอยู่บ้างแล้วนะคะ ใส่น้ำมันหอยค่ะ ผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน
5. เติมน้ำซุปนิดหน่อย ตาชอบแบบที่มีน้ำขลุกขลิก จะได้คลุกกับข้าวด้วยค่ะ ไม่เช่นนั้นผัดฉ่าจะแห้งไป
6. ใส่กระชายหั่นฝอยลงไปค่ะ กระชายช่วยดับกลิ่นคาวของปลาหมึก และเพิ่มความหอมให้กับผัดฉ่าด้วยค่ะ ชอบมากก็ใส่มากได้เลยค่ะ ใส่ใบมะกรูดฉีกและพริกชี้ฟ้าเหลืองลงไปผัดด้วยค่ะ ใครมีพริกไทยสดใส่ในขั้นตอนนี้เลยค่ะ
7. ผัดให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบนะคะ
8. ใส่ใบโหระพาค่ะ อย่างที่บอก ตาไม่มีกะเพรา ใช้ใบโหระพาก็หอมอร่อยเช่นกันค่ะ
9. หลังจากใส่ใบโหระพาแล้วปิดเตาแก๊ส ผัดให้เข้ากันอีกครั้งก็เสร็จแล้วค่ะ
10. ตักใส่จานเตรียมข้าวสวยร้อน ๆ ทานด้วยกันค่ะ ปลาหมึกสุกกรอบกำลังดีไม่เหนียว เพราะว่าไม่ได้ผัดนาน ถ้าผัดนานจะทำให้เหนียวค่ะ

ปลาหมึกผัดไข่เค็ม ทำเองได้เนื้อปลาหมึกจุกๆ ประหยัดกว่าเยอะ

ปลาหมึกผัดไข่เค็ม ทำเองได้เนื้อปลาหมึกจุกๆ ประหยัดกว่าเยอะ

หลายๆคน ก็ ยัง มีความเห็นกันว่า ปลาหมึก เป็น ของกิน ที่ ยิ่งกิน ยิ่ง อ้วน ด้วยเหตุว่ามีคอเลสเตอรอล สูง ข้อแรก จำต้องขอ
ชี้แจง ก่อน ว่า ใน ปลาหมึก มีคอเลสเตอรอล สูง จริง แต่ว่า ก็ มี จำนวน ไขมัน กรุ๊ป โอ เมก้า 3 อยู่ มากไม่น้อยเลยทีเดียว เช่น
เดียวกัน โดย โอเมกา 3 ใน ปลาหมึก จะ ปฏิบัติหน้าที่ ยั้ง จำนวน คอ เลตเตอ คอย ล ให้อยู่ ใน ระดับที่พอดี ได้ ก็เลย อาจจะ
กล่าวว่า คอ ลเลตเตอ รอคอย ล ใน ปลาหมึก ไม่เป็นผล เสีย อะรก็ตาม กับ ร่างกายถ้าเกิด กิน ให้สมควร เปรียบเทียบกับ เนื้อหมู
หรือ เนื้อวัวด้วย แล้ว จะ พบว่า ปลาหมึก ทำให้เป็นโรค หัวใจ หรือ คอ ลเลตเตอ คอย ล สูง ได้น้อยกว่า เนื่องจากว่า เนื้อหมู รวม
ทั้งวัว นั้นไม่มี โอเมก้า 3 นั่นเอง

ปลาหมึกสด
ปลาหมึกสด
1. ปลาหมึกมีโอเมกา 3ที่จำเป็นต้องต่อสุขภาพร่างกาย โดย โอเมกา 3 ใน ปลาหมึก นั้น มีส่วนช่วย สำหรับเพื่อการ เติบโต
ของเด็ก ไม่ว่า จะเป็นการ ปรับปรุง ด้าน เชาวน่ ช่วย เพิ่ม สมาธิ และก็ ความจำ ทั้งยัง ยังมีส่วนช่วย สำหรับในการ ปกป้อง การ
อักเสบ ของ กล้าม กระดูก แล้วก็ ข้อยิ่งไปกว่านี้ โอเมกา 3 ยัง มีคุณประโยชน์ กับ ม่าม้า ที่ตั้ง ท้อง โดย มีงานศึกษาวิจัย บอก
ว่า กรดไขมัน โอเมกา 3 ในส่วน ของ DHA นั้น สามารถมีผลต่อ ระบบ สายตา ประสาท แล้วก็ สมอง ของ เด็กอ่อน โดยยิ่งไป
กว่านั้น ใน ตอน สาม เดือน แรก ก่อน คลอด โดยเหตุนี้ ถ้าม่าม้า ท่าน ใดกิน ปลาหมึก ใน จำนวน ที่ สมควร ทารกในท้อง ก็ จะได้
รับ โอเมกา 3 ตั้งแต่ ใน ท้องไป ด้วย
2. คุณประโยชน์ของ ปลาหมึก ช่วยทำให้ ขริเวณใบหน้า เปล่งปลั่ง ดู อ่อน กว่า วัย เหตุเพราะ ใน อาหารทะเล จะมี จำนวน คอ ลาเจน
อยู่ค่อนข้างจะ สูง ผู้รักสุขภาพ แลก็ ความงาม หลายท่าน ก็เลยนิยมรับประทาน ผลิตภัณฑ์ ที่ ได้จาก ปลานํ้าลึก ประเภท
หูฉลามหรือ ครีบ ปลาฉลาม แม้กระนั้น ก็ ราคาแพง ค่อนข้างจะ สูง ด้วยเหตุผลดังกล่าว ปลาหมึก ก็เลย เป็น โอกาส ที่ ดีมากกว่า
เพราะว่า ปลาหมึก เป็น ของกิน ที่ จำนวน คอลา เจน สูง และก็ ยัง ซับได้ง่ายเมื่อ เทียบกับ หูฉลาม หรือ ตื่น ไก่ นอกเหนือจากนี้
ใน ปลาหมึก ยัง คลอเรสเตอรอล ประเภท ดี ที่ มีส่วนช่วย สำหรับในการ จะ บำรุง ผิวหนัง ทำให้ผิวหน้า กระชับ เต่งตึง ไม่ เหี่ยว
ย่น ช่วยรักษาสิว และก็จุดด่างดำ
3. ปลาหมึก ช่วย ปกป้อง โรค คอพอก หรือ ภาวะ ขาด สร ไอโอดีน โดยปติ แล้ว โรค คอพอก เป็นโรค ที่เกิดขึ้นมาจาก ความผิด
ปกติ ของ ต่อมไทรอยด์ ด้วยเหตุว่า ร่างกาย ขาด ไโอดีน ทำให้คนไข้ มีลักษณะ คอ โต หรือ คอพอก ตามมา ด้วยเหตุดังกล่าว
การ กินอาหาร สมุทร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปลาหมึก จะมีส่วนช่วย สำหรับในการ คุ้มครองปกป้อง โรค คอพอก ได้ เพราะเหตุว่า
ปลาหมึก จะมี ปริ มารไอโอดีน สูง โดย ปลาหมึก น้ำหนัก 100 กรัม จะ มี จำนวน ไอโอดีน มากถึง 54 ไมโครกรัม หากแม้
ไอโอดีน จะ เป็น สารอาหาร ที่ร่างกายอยากได้ไม่มากนัก แต่ถ้ารับประทาน ไม่เพียงพอ ก็ จะมีผลให้ กำเนิด โรค ต่างๆ ตามมา
ได้
4. ปลาหมึก มีประโยชน์ สามารถ ยับยั้งเนื้องอก ได้ ไม่เชื่อ ก็ จะต้อง มั่นใจว่า ปลาหมึก เป็น ของกิน สารพัดประโยชน์ จริงๆ โดย เว้น
แต่ตัวปลาหมึกจะมี ไอโอดีน คอลาเจน หรือ โอเมกา 3 แล้ว น้ำหมึก ของ ปลาหมึก ก็ ยัง มี กรดอะมิโน ที่ จำเป็นจะต้องต่อ
สภาพทางด้านร่างกาย รวมทั้งมี สารยั้ง เนื้องอก ภายในร่างกาย อีกด้วย โดย ใน หมึก ของ ปลาหมึก ที่ เรียก ว่า squid ink จะมี
สารอาหาร ประเภท คาร์โบฮเดรต กรุ๊ป โพลี แซค ติดอยู่ ไร ด้ ประเภท เปป ไท ด้ ซึ่ง ปลาหมึก จะ ใช้ หมึก นี้ พ่น ใส่ ศัตรู เป็นการ
อำพรางตัว รวมทั้ง เอาชีวิตรอด โดย นักค้นคว้า ได้ นำ น้ำหมีก ของ ปลาหมึก มา ศึกษาค้นคว้า ถึง ค่า ทาง โภชนาการ และก็ พบ
ว่า peptidoglycan ซึ่งเป็นองค์ประกอบ ย่อย ใน หมีก ดังที่ใด้กล่าวมาแล้ว มี ลักษณะเด่น สำหรับการ ยั้ง การเกิด เนื้องอก
ภายในร่างกาย ของตัวทดลอง ตาม ห้องอาหารต่างๆ ก็เลย เริ่ม มีการ นำ น้ำาหมึก ของ ปลาหมึก มา ผสม กับ ของกิน ไม่ว่า จะ เอา
มา เป็นน้ำา ซอสราด ผสม เป็น ก๋วยเตี๋ยว เส้น ด่ หรือ พาสต้า ที่ เป็นรายการอาหารรัก สุขภาพ ที่ พบเจอ ได้ ในขณะนี้

ส่วนผสม ปลาหมึกผัดไข่เค็ม

• ปลาหมึกสด (หั่นเป็นแว่น)
• น้ำเปล่า (สำหรับลวก)
• ไข่แดงเค็ม
• น้ำเปล่า เล็กน้อย
• น้ำพริกเผา
• น้้ำมันพืช (สำหรับผัด)
• กระเทียมสับ
• หอมใหญ่ซอย
• ซีอิ๊วขาว
• ซอสหอยนางรม
• น้ำตาลทราย
• พริกแดงจินดาผ่าครึ่ง (หรือพริกชี้ฟ้าแดง)
• ต้นหอม (หั่นท่อน)
• ขึ้นฉ่าย (หั่นท่อน)

ปลาหมึกผัดไข่เค็ม
ปลาหมึกผัดไข่เค็ม

วิธีทำ ปลาหมึกผัดไข่เค็ม

1. เตรียมผักต่าง ๆ ไว้ให้พร้อม (ต้นหอมหั่นท่อน ขึ้นฉ่ายหั่นท่อน หอมใหญ่ซอย พริกชี้ฟ้าแดงผ่าครึ่ง และกระเทียมสับ)
2. เตรียมปลาหมึกโดยต้มน้ำให้เดือด ใส่ปลาหมึกลงลวกในน้ำเดือดแค่พอสุก ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ เตรียมไว้
3. บดไข่แดงเค็มให้ละเอียด เติมน้ำเปล่าเล็กน้อย และน้ำพริกเผาคนผสมให้เข้ากัน พักไว้ (เราใช้ไข่เค็มสุกและดิบอย่างละฟอง ไม่ใช่เคล็ดลับนะคะ แต่มีไข่เค็มไม่พอค่ะ)
4. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะเล็กน้อย นำขึ้นตั้งไฟพอร้อน ใส่กระเทียมสับลงเจียวพอหอม ใส่หอมใหญ่ลงผัดพอสุก จากนั้นใส่ปลาหมึกลงไปผัด ตามด้วยส่วนผสมไข่เค็ม ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม และน้ำตาลทราย ชิมรสตามชอบ
5. ใส่พริกสด ต้นหอม และขึ้นฉ่ายลงไปผัดเร็ว ๆ เสร็จเรียบร้อย ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

กุ้งผัดพริกเกลือ นำกุ้งคลุกแป้ง เพิ่มความกรอบ พร้อมผัดกับพริกกระเทียม

กุ้งผัดพริกเกลือ นำกุ้งคลุกแป้ง เพิ่มความกรอบ พร้อมผัดกับพริกกระเทียม

ถ้า จะ กล่าวถึงอาหารทะเล ที่ คนประเทศไทย โดยมาก เคยชิน กัน มากที่สุด คงจะ หนี ไม่ พ้น “กุ้ง” (Shrimp) ยอดเยี่ยม วัตถุดิบ
หลัก ที่อยู่ คู่ ห้องครัว ไทย มาเป็นระยะเวลานาน ซึ่ง รายการอาหาร สร้างชื่อ ที่ ให้โลก รู้จัก กับ ของกิน ไทย ก็คือ
รายการอาหารสุดได้รับความนิยม อย่าง ‘ต้มยำกุ้ง’ แล้วก็’ผัดไท กุ้งสด’ ที่สมารถพูดได้ว่า หาก มา ประเทศไทย ไม่รับ ประทาน
นับว่า มาไม่ ถึง… โดย จำเป็นต้อง พูดว่า ‘ กุ้ง’ นี้ เป็น วัตถุดิบ ที่ ไม่เพียงแค่อร่อย แม้กระนั้น ยัง มีคุณค่า ทาง โภชนาการ
ที่ ไม่สมควรละเลย จากงานศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัย อีกทั้งของ ไทย
รวมทั้ง เมืองนอก ต่าง ก็ กำหนด เป็นเสียง เดียวกันว่า สัตว์น้ำ โดยยิ่งไปกว่านั้น กุ้ง
นับว่าเป็น แหล่งรวมสารอาหารสำหรับ คน ทุก เพศ ทก วัยด้วยเหตุนี้ วันนี้ ‘สุขภาพแข็งแรง’
ของ พวกเรา ก็เลย ต้องการพา นักอ่าน ทุกๆ ท่าน ไป ทำความรู้จัก กับ ค่า ทาง ของกิน และก็ คุณประโยชน์ซึ่งมาจาก กุ้ง กัน

กุ้งสด
กุ้งสด

1. คุณประโยชน์ซึ่งมาจากกุ้ง เป็น แหล่ง โปรตีน ชั้นเลิศ กุ้ง เป็น ของกิน ที่มี โปรตีน เยอะแยะ ไม่ แพ้ เนื้อสัตว์ ชนิด อื่น โดย กรด
อะมิโน ใน กุ้ง เป็นกรดอะมิโนที่ จำเป็นต้องต่อสภาพทางด้นร่างกาย หรือ ‘essential aminoacid’ ที่ ร่างกาย ต้องมีให้ได้
เพราะกุ้งเป็น สัตว์น้ำ ที่มีคอลเลสเตอรอลต่ำ โปรตีนสูง ก็เลย ทำให้กรดอะมิโน ที่ ได้จากกุ้งเป็น ประเภท ย่อยง่าย ร่างกาย
ใช้ประโยชน์ ผลดี ได้ โดยทันที เมื่อ เทียบกับ โปรตีน ที่ ได้ จาก สัตว์ ประเภท อื่น

1. คุณประโยชน์ซึ่งมาจากกุ้ง เป็น แหล่ง โปรตีน ชั้นเลิศ กุ้ง เป็น ของกิน ที่มี โปรตีน เยอะแยะ ไม่ แพ้ เนื้อสัตว์ ชนิด อื่น โดย กรด
อะมิโน ใน กุ้ง เป็นกรดอะมิโนที่ จำเป็นต้องต่อสภาพทางด้นร่างกาย หรือ ‘essential aminoacid’ ที่ ร่างกาย ต้องมีให้ได้
เพราะกุ้งเป็น สัตว์น้ำ ที่มีคอ เลตเตอ คอย ลต่ำ โปรตีน สูง ก็เลย ทำให้กรดอะมิโน ที่ ได้จากกุ้งเป็น ประเภท ย่อยง่าย ร่างกาย
ใช้ประโยชน์ ผลดี ได้ โดยทันที เมื่อ เทียบกับ โปรตีน ที่ ได้ จาก สัตว์ ประเภท อื่น

2. คุณประโยชน์ซึ่งมาจาก กุ้ง ช่วย ลดหุ่น ได้ ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย อาจ สงสัยว่า กุ้ง มีส่วนช่วย สำหรับการ ลดหุ่น ได้ ยังไง คำ
ตอบ เป็น ส่วน เปลือก ของ กุ้ง จะมี สารที่ เรียก ว่า ไคติ น (Chitin) ซึ่ง ในทาง การแพทย์ บอกว่า ไคติ น เป็น สารที่ ไม่ดูดซับ เข้า
ร่างกาย ทั้งยังมีส่วนช่วย สำหรับกร ขับเคลื่อน ของ กาก ของกิน ในส้ คล้ายกับ ของกิน พวก เส้นใย ด้วยเหตุดังกล่าว กรณี
คนที่ถ่าย ไม่ ค่อย ดี แม้ กิน กุ้ง ที่ มี ขนาด ไม่ ใหญ่มาก จำเป็นจะต้อง บด กุ้ง ทั้งยัง เปลือก นั่นเอง

3. ประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจาก กุ้งช่วยสร้างเสริมวิวัฒนาการ ของ ทารกในท้อง เพราะว่า กุ้งเป็น สัตว์น้ำ ที่ มี สารอาหาร มากมาย
ไม่ว่า โปรตีน คอ แลตเตอ รอคอย ล จำพวก ดี รวมถึง โพแทสเซียม โดยยิ่งไปกว่านั้น ใน กุ้ง ขาว ที่ มีสาระกับ ม่าม้ามีท้อง
มากมาย เพราะเหตุว่า สารอาหาร กลุ่มนี้ จะมีส่วน เพิ่ม กรพัฒนา ด้าน สมอง แล้วก็ เชาวน์ ของ ทารกในท้อง

4. สารอาหาร ใน กุ้ง ช่วย ลด ระดับ คอ เลตเตอ รอ ล ใน เลือด ช่วย รักษา อาการโรคหืด ไขข้อ อักเสบ แล้วก็ สูญเสียความทรงจำ
ได้

ส่วนผสม กุ้งผัดพริกเกลือ
กุ้งสด
ซอสปรุงรส (แม็กกี้)
พริกไทย
น้ำตาลทราย
ไข่ขาว
แป้งมันฮ่องกง
พริกชี้ฟ้าสีแดงสับ
ต้นหอมซอย
กระเทียมเจียว
เกลือ
ผงปรุงรสไก่

กุ้งผัดพริกเกลือ
กุ้งผัดพริกเกลือ

วิธีทำ กุ้งผัดพริกเกลือ
1. กุ้งผ่าหลังทั้งเปลือก นำไปหมักด้วยซอสปรุงรสนิดหน่อย พริกไทยและน้ำตาลทราย เสร็จแล้วเอาไปคลุกไข่ขาวกับแป้งมันฮ่องกง ทิ้งไว้พักหนึ่ง นำไปทอดพอสุก ไม่ต้องนานเพราะเนื้อจะแข็ง

2. ใส่พริกชี้ฟ้าแดงสับ ต้นหอมซอย และกระเทียมเจียว ลงไปผัดให้แห้ง จากนั้นใส่กุ้งลงไป โรยเกลือ ผงปรุงรสไก่และน้ำตาลทรายลงไปนิดหน่อย คั่วด้วยไฟแรง เขย่า 3-4 ทีเป็นใช้ได้

คะน้า ประโยชน์ของคะน้า คือ ช่วยบำรุงและรักษาสายตา มีประโยชน์มาก

คะน้า ประโยชน์ของคะน้า คือ ช่วยบำรุงและรักษาสายตา มีประโยชน์มาก

10 ผักยอดฮิตเทศกาลกินเจ พร้อมวิธีทำอาหารเจ

ความรู้ดีๆเกี่ยวกับ 6 ประโยชน์ของการกินเจ อิ่มใจ ได้สุขภาพ
1. กินเจช่วยให้อวัยวะภายในได้หยุดพัก
ส่วนใหญ่จะเน้นพืชผักเป็นหลัก ผสมกับอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต และโปรตีนจากถั่วซึ่งย่อยง่ายกว่าเนื้อสัตว์และไขมันมาก จึงทำให้ระบบย่อยอาหารได้หยุดพักจากการทำงานหนักๆ
2. ล้างพิษให้ร่างกาย
ผักและผลไม้เป็นกากใยชั้นเลิศที่ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายและการย่อยอาหารของเราทำงานได้ดี ช่วยขับของเสีย สารพิษที่ตกค้างในร่างกายออกมา และยังช่วยแก้ปัญหาท้องผูกที่เป็นปัญหาเรื้อรังของใครหลายๆคน
3. ลดความเสี่ยงโรคร้าย
ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดและสมอง ไขมันอุดตันในเส้นเลือด ริดสีดวงทวาร โรคเกาต์ ฯลฯ อาหารเจจำพวกผัก ผลไม้มีเส้นใยอาหารที่ช่วยป้องกันมะเร็ง ช่วยลดคอเลสเตอรอล ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
4. ผิวพรรณเปล่งปลั่งขึ้น
การกินเจก็ช่วยให้ผิวพรรณสดชื่นขึ้นได้ วิตามิน แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระในผัก ผลไม้ต่างๆ ยิ่งกินมากก็ยิ่งช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูเปล่งปลั่ง สดใส ไม่หย่อนคล้อยก่อนวัยอีกด้วย
5. ไม่เจ็บไม่ป่วยง่าย
เมื่อรับประทานอาหารเจเป็นประจำ จะทำให้เลือดได้รับการฟอกให้สะอาดขึ้นเรื่อยๆ มีผลต่อเซลล์ต่างๆ ในร่างกายเสื่อมสลายช้าลง เราจะรู้สึกว่าตัวเองแข็งแรงและมีสุขภาพดีขึ้น ไม่เจ็บไม่ป่วยง่ายๆ
6. ลดความอ้วนก็ได้ (ถ้ารู้จักเลือก)
หากเลือกเมนูที่ใช้น้ำมันผัดๆ ทอดๆ หรือปรุงรสด้วยน้ำตาลมากเกินไป ก็ไม่สามารถทำให้ดความอ้วนได้ ควรเลือกกินข้าวหรือแป้งที่ไม่ขัดขาว เลือกผักใบมากกว่าพืชหัว ของนึ่ง ต้ม ตุ๋น ดีกว่าของทอดและผัด ลดเมนูหวานน้อยลง ดื่มนมถั่วเหลืองไม่เกินวันละ 2-3 กล่อง

เมนูอาหารจากผักคะน้า : คะน้าผัดน้ำมันหอยเจ

ส่วนผสม คะน้าผัดน้ำมันหอยเจ

• คะน้า
• เห็ดหอมสด ตัดก้านกลางออก
• ซอสเห็ดหอมเจ 2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ คะน้าผัดน้ำมันหอยเจ

1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย ใส่เห็ดหอมสดลงผัดให้สุก จากนั้นใส่ผักคะน้าลงผัดให้สุกแล้วจัดใส่จาน เตรียมไว้
2. ใส่ซอสเห็ดหอมเจ ซอสปรุงรสสูตรเจ น้ำตาลทราย และน้ำสะอาดผสมให้เข้ากัน เทใส่กระทะนำขึ้นตั้งไฟให้เดือดแล้วปิดไฟ ตักน้ำซอสราดบนจานผักคะน้าที่เตรียมไว้ พร้อมเสิร์ฟ

ผัดหมี่ฮ่องกงเจ จับเส้นหมี่ไปลวกก่อนผัดกับเครื่องเคราต่าง ๆ

ผัดหมี่ฮ่องกงเจ จับเส้นหมี่ไปลวกก่อนผัดกับเครื่องเคราต่าง ๆ

9 สูตรอาหารเจเมนูผัด

สำหรับผู้ที่กินอาหารเจเป็นประจำนั้น จะได้รับประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม นั่นคือคุณค่าของอาหารเจจะส่งผลให้ผู้กินได้รับประโยชน์ทั้งทางร่างกายและ ทางจิตใจ ประโยชน์ทางด้านร่างกายนั้น สรุปได้ดังนี้

1. ร่างกายขับถ่ายของเสียออกหมด ทำให้ไม่สารพิษตกค้างอยู่ภายใน สารอาหารที่มีคุณค่าในพืช ผักสด ผลไม้ช่วยทำให้การขับถ่ายและการย่อยเป็นปกติ

2. เมื่อทานเป็นประจำ โลหิตถูกฟอกให้สะอาดขึ้นเรื่อย ๆ เซลล์ของร่างกายเสื่อมช้าลงทำให้อายุยืน ผิวพรรณผ่องใสนัยต์ ตาแจ่มใส ไม่พร่ามัว ร่างกายแข็งแรง รู้สึกเบาสบาย ไม่อึดอัด สุขภาพดี

3. อวัยวะหลักภายในและอวัยวะประกอบทั้ง 5 แข็งแรง ทำงานได้เป็นปกติสมบูรณ์มีสมรรถ ภาพสูง (อวัยวะหลักภายในทั้ง 5 ได้แก่ หัวใจ ไต ม้าม ตับ ปอด อวัยวะประกอบทั้ง 5 ได้แก่ ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ กระเพาะปัสสาวะ กระเพาะอาหาร ถุงน้ำดี)

4. ร่างกายต้านทานต่อสารพิษได้สูงกว่าคนปกติธรรมดา สารพิษได้แก่ สารเคมี ยากำจัดศัตรูพืช ยาฆ่าแมลง สาร DDT ก๊าซพิษ ที่เกิดจากการเผาไหม้ในอุตสาหกรรม เครื่องจักรกล ฯลฯ สารอาหารในพืชผัก ช่วยให้เซลล์ต่าง ๆ ทนต่อการทำลายจากรังสีต่าง ๆ เช่น กัมมันตภาพรังสี ที่เกิดจากการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ ในสงคราม)

5.เมื่อ กินเป็นประจำมักไม่เป็นโรครุนแรง เรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดตีบ ไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคไต ไขข้ออักเสบ โรคเกาต์ โรคเบาหวานโรคที่เกี่ยวกับระบบ ขับถ่าย ระบบย่อยอาหาร และระบบทางเดินอาหาร เช่น โรคริดสีดวงทวาร มะเร็งในกระเพาะ และลำไส้ โรคกระเพราะอาหารไม่ย่อย นอกจากจะก่อให้เกิดประโยชน์ทางด้านร่างกาย อาหารเจยังส่งผลที่ดีต่อสภาพจิตใจด้วย

ส่วนผสม ผัดหมี่ฮ่องกงเจ

• เห็ดหอมสด (หั่นเป็นชิ้น) 100 กรัม
• เต้าหู้เหลือง (หั่นเป็นชิ้นเล็ก) 100 กรัม
• โปรตีนเกษตร (แช่น้ำจนนุ่ม) 100 กรัม
• กะหล่ำปลี (หั่นเป็นเส้น) 100 กรัม
• แครอต (หั่นเป็นเส้น) 1 ช้อนโต๊ะ
• เส้นหมี่ฮ่องกงลวกสุก 300 กรัม
• น้ำซุปผัก 1/4 ถ้วย
• น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
• ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
• ซอสเห็ดหอม 1 ช้อนโต๊ะ
• พริกไทยป่นเล็กน้อย
• น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ ผัดหมี่ฮ่องกงเจ

1. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ ตั้งไฟอ่อนพอร้อน ใส่เห็ดหอม เต้าหู้เหลือง โปรตีนเกษตร กะหล่ำปลี และแครอตลงผัดจนสุกนิ่ม
2. ใส่เส้นหมี่ฮ่องกง และน้ำซุปลงผัดจนเส้นเริ่มนุ่ม ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว และซอสเห็ดหอม ผัดจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี ตักใส่จาน พร้อมรับประทาน