ผัดหมี่ฮ่องกงเจ จับเส้นหมี่ไปลวกก่อนผัดกับเครื่องเคราต่าง ๆ

ผัดหมี่ฮ่องกงเจ จับเส้นหมี่ไปลวกก่อนผัดกับเครื่องเคราต่าง ๆ

9 สูตรอาหารเจเมนูผัด

สำหรับผู้ที่กินอาหารเจเป็นประจำนั้น จะได้รับประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม นั่นคือคุณค่าของอาหารเจจะส่งผลให้ผู้กินได้รับประโยชน์ทั้งทางร่างกายและ ทางจิตใจ ประโยชน์ทางด้านร่างกายนั้น สรุปได้ดังนี้

1. ร่างกายขับถ่ายของเสียออกหมด ทำให้ไม่สารพิษตกค้างอยู่ภายใน สารอาหารที่มีคุณค่าในพืช ผักสด ผลไม้ช่วยทำให้การขับถ่ายและการย่อยเป็นปกติ

2. เมื่อทานเป็นประจำ โลหิตถูกฟอกให้สะอาดขึ้นเรื่อย ๆ เซลล์ของร่างกายเสื่อมช้าลงทำให้อายุยืน ผิวพรรณผ่องใสนัยต์ ตาแจ่มใส ไม่พร่ามัว ร่างกายแข็งแรง รู้สึกเบาสบาย ไม่อึดอัด สุขภาพดี

3. อวัยวะหลักภายในและอวัยวะประกอบทั้ง 5 แข็งแรง ทำงานได้เป็นปกติสมบูรณ์มีสมรรถ ภาพสูง (อวัยวะหลักภายในทั้ง 5 ได้แก่ หัวใจ ไต ม้าม ตับ ปอด อวัยวะประกอบทั้ง 5 ได้แก่ ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ กระเพาะปัสสาวะ กระเพาะอาหาร ถุงน้ำดี)

4. ร่างกายต้านทานต่อสารพิษได้สูงกว่าคนปกติธรรมดา สารพิษได้แก่ สารเคมี ยากำจัดศัตรูพืช ยาฆ่าแมลง สาร DDT ก๊าซพิษ ที่เกิดจากการเผาไหม้ในอุตสาหกรรม เครื่องจักรกล ฯลฯ สารอาหารในพืชผัก ช่วยให้เซลล์ต่าง ๆ ทนต่อการทำลายจากรังสีต่าง ๆ เช่น กัมมันตภาพรังสี ที่เกิดจากการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ ในสงคราม)

5.เมื่อ กินเป็นประจำมักไม่เป็นโรครุนแรง เรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดตีบ ไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคไต ไขข้ออักเสบ โรคเกาต์ โรคเบาหวานโรคที่เกี่ยวกับระบบ ขับถ่าย ระบบย่อยอาหาร และระบบทางเดินอาหาร เช่น โรคริดสีดวงทวาร มะเร็งในกระเพาะ และลำไส้ โรคกระเพราะอาหารไม่ย่อย นอกจากจะก่อให้เกิดประโยชน์ทางด้านร่างกาย อาหารเจยังส่งผลที่ดีต่อสภาพจิตใจด้วย

ส่วนผสม ผัดหมี่ฮ่องกงเจ

• เห็ดหอมสด (หั่นเป็นชิ้น) 100 กรัม
• เต้าหู้เหลือง (หั่นเป็นชิ้นเล็ก) 100 กรัม
• โปรตีนเกษตร (แช่น้ำจนนุ่ม) 100 กรัม
• กะหล่ำปลี (หั่นเป็นเส้น) 100 กรัม
• แครอต (หั่นเป็นเส้น) 1 ช้อนโต๊ะ
• เส้นหมี่ฮ่องกงลวกสุก 300 กรัม
• น้ำซุปผัก 1/4 ถ้วย
• น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
• ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
• ซอสเห็ดหอม 1 ช้อนโต๊ะ
• พริกไทยป่นเล็กน้อย
• น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ ผัดหมี่ฮ่องกงเจ

1. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ ตั้งไฟอ่อนพอร้อน ใส่เห็ดหอม เต้าหู้เหลือง โปรตีนเกษตร กะหล่ำปลี และแครอตลงผัดจนสุกนิ่ม
2. ใส่เส้นหมี่ฮ่องกง และน้ำซุปลงผัดจนเส้นเริ่มนุ่ม ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว และซอสเห็ดหอม ผัดจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี ตักใส่จาน พร้อมรับประทาน

รีวิวภาพยนตร์ Godzilla vs Kong หนัง แอคชั่น ยิ่งใหญ่สะใจ ห้ามพลาด

รีวิวภาพยนตร์ Godzilla vs Kong หนัง แอคชั่น ยิ่งใหญ่สะใจ ห้ามพลาด

Godzilla vs. Kong - Trailer F1 (เสียงไทย) - YouTube
รีวิวภาพยนตร์ จักรวาล Monster หรือว่าบรรดา Kong Godzilla นั้นถือว่าปูกันมานานพอสมควรตั้งแต่ Godzilla ภาคแรก จนมาถึง เรื่องล่าสุด แน่นอนว่าทางค่ายก็พยายามปู เรื่องราวต่างๆมานานตั้งแต่แรกๆจนมาถึงการนำเสนอ Kong ในภาค Kong Skull Island นั้นเอง และ มาถึงปัจจุบันที่ทางค่ายนั้นเอาตัวละครระดับตำนานทั้ง 2 ตัวมาเจอกันในเรื่องล่าสุดนี้ที่ต้องบอกว่ามีความน่าสนใจและหลายๆคนน่าจะรู้จักรวมถึงสนใจกันอย่างแน่นอน

ต้องบอกว่าเป็นความฝันของสาวกและใครหลายๆคนที่อยากเห็นทั้ง 2 ตัวมาเจอกันในระดับภาพยนต์ฟอร์มยักษ์แบบนี้ ในยุคที่ CG อลังการและมีความเนียนตาขึ้นไปเรื่อยๆ และครั้งนี้เรื่องนี้ไม่ทำให้ผิดหวังเลยแม้แต่น้อยมีความจุใจจัดเต็มอย่างมาก และในครั้งนี้ก็ได้ดำเนินเรื่องสานต่อจากทั้ง Kong Skull Island และ Godzilla King of Monster แบบชัดเจน

เนื้อเรื่องในเรื่องนี้แน่นอนว่าหลายๆคนน่าจะพอรู้จักกันทั้งตัวละครและการต่อสู้รวมถึงมีการคาดเดาเนื้อเรื่องต่างๆมากมายและหลายคนอาจจะเดาได้ถูกถ้าเป็นสาวก Godzilla แน่นอนว่าเนื้อเรื่องการเล่าเรื่องตรงๆไปทั้งหมด สามารถคาดเดาหรือว่าพอรู้ว่าจะเป็นยังไงต่อไปได้แบบไม่ต้องมีเรื่องราวซับซ้อนแม้แต่น้อย และ ภาคก่อนๆนั้นมีหลากหลายเสียงบ่นกันว่าเรื่องราวของช่วง มนุษย์นั้นยืดและน่าเบื่อ แต่พอมาเรื่องนี้เหมือนทาง ผกก Adam Wingard ก็พอทราบและพยายามเล่าเรื่องส่วนนี้ให้น้อยที่สุด

และเน้นแอคชั่นแบบแน่นๆไม่ให้พักกันไปเลยแทนนั้นเอง แต่ถ้ามองในเรื่องส่วนของมนุษย์ก็ยังคงแทรกมาบ้าง และก็อาจจะอะไรดูง่ายไปทั้งหมดเลยจริงๆ แต่อย่างว่าในหนังแอคชั่นอาจจะไม่ได้เน้นในส่วนนี้เท่าไรนักครับ ไม่ได้มีดราม่า หรือ อะไรซึ่งก็เหมาะสำหรับคนที่เน้นแอคชั่น ต่อสู้กันเน้นๆไปเลยนั้นเอง ซึ่งถ้ามองเทียบกับหนังแนวนี้บอกเลยว่า ทาง ผกก เองจัดหนัก จัดเต็มมาให้สมการรอคอยครับ

แน่นอนว่าการเล่าเรื่องหลักๆจะเน้นไปทางตัวละคร 2 ตัวหลักๆการเล่าเรื่องเหมือนจะเน้นไปทาง Kong มากกว่าในการเล่าเรื่อง ในการบอกที่มาที่ไปในหลายๆอย่างน้ำหนักตัวละครเลยเยอะมากชัดเจนครับ เรียกได้ว่าหนังจะพยายามให้เราเอาใจช่วยตัวละครตัวนี้ไปด้วยนั้นเองเหมือนจะพยายามให้เราเข้าใจตัวละคร เข้าใจความผูกพันธ์ระหว่าง Kong และเด็กซึ่งเอาจริงๆก็ไม่ได้ลงลึกจนถึงขนาดนั้นเท่าไรครับ แต่มันจะเป็นอาารมณ์เห็นในตัวละครด้วยตัวของมันเองมากกว่าความผูกพันธ์ระหว่างคน ส่วนฝั่ง Godzilla นั้นจะนำเสนอเป็นตัวร้ายในช่วงแรกและเล่าเรื่องอาจจะไม่ได้ลงลึกเท่าไรนัก

จะมาเป็นสายบู๊ซะมากกว่าและยังคงเป็นเทพเหมือนเดิมในเรื่องนี้ และ มาเจอกันในช่วงท้ายก็เรียกได้ว่าเล่าเรื่องแน่นๆในตัว Kong และ มาสายบู๊กันในช่วงหลังแน่นๆ และใช้เวลานานให้เต็มถือว่าเป็นหนังที่ไม่ต้องคิดอะไรเยอะ และเน้นๆเอาใจแฟนๆในช่วงหลังเต็มที่ครับ สำหรับใครที่กลัวจะ 2 ตัวละครหลักไม่เด่นถือว่าแบ่งซีนได้ดี ส่วนตัวละครแทรก เสริม นั้นแน่นอนว่าก็มีมาเช่นเดียวกันและหลายๆคนน่าจะเดากันถูกครับ

ในเรื่องของนักแสดงในเรื่องนี้อาจจะไม่ได้เป็นแกนหลักสำคัญเท่าไรแน่นอนว่าอาจจะในเรื่องก่อนๆนั้นมีหลายเสียงว่าส่วนของมนุษย์นั้นอาจจะดูยืดๆในเรื่องนี้เลยใส่เข้ามาให้ไม่ได้หนักหรือเน้นมากนักครับ แต่ก็เป็นการเล่าเรื่องอิงตัวละครเดิมๆจากภาคก่อนหน้านี้หลายๆส่วนที่มาเล่าเรื่องต่อครับทั้งตัว Millie Bobby Brown ที่เป็นลูกสาวของ ดร. ในภาคก่อนหน้า หรือว่าจะเป็นคุณพ่อ Kyle Martin Chandler ที่สานต่อจากเรื่อง Godzilla นั้นเอง แต่ในภาคนี้ Monach เองนั้นกลับมีส่วนร่วมน้อยกว่าที่คิดไว้เยอะมากๆ ส่วนฝั่งทีม APEX นั้น ในเรื่องราวฝั่งตัวร้ายกลับธรรมดาและไม่ได้มีความรู้สึกถึงแรงจูงใจอะไรเยอะขนาดนั้นเท่าที่คิดครับ ทำให้เรื่องนี้เรื่องบทของฝั่งมนุษย์แอบธรรมดาครับ

งานภาพ และ เสียง รวมถึง ดนตรีประกอบคือที่สุดของในเรื่องนี้แล้ว เป็นเรื่องที่ต้องดูในโรงหนังและสมควรแก่การดูใน IMAX แบบชัดเจน เรื่องนี้แอดมินไปจัด IMAX มาบอกเลยว่าถ้าไม่ได้ดูในโรงนี้อาจจะพลาดความยิ่งใหญ่เรื่องนึงไปเลยครับ แม้ว่าจะไม่ได้ใช้งานอัตราส่วนแบบ iMAX แต่ความยิ่งใหญ่ อลังการของตัวงานภาพ มุมกล้อง CG ที่มีความเนียนมากๆสมจริงทุกฉาก ไม่เจอความลอย หรือ ไม่เนียนเลยแม้แต่ฉากเดียวส่วนนี้ขอชื่นชมทีมงานและความใส่ใจในเรื่องนี้อย่างมากครับ และโทนสี

การทำสีแม้จะไม่ได้สวยเท่า Kong Skull Island แต่ก็มีความสวยงามสมจริง และแสงสียามค่ำคืนช่วงฉากท้ายๆ แอบสวยและสีสันเล่นกับแสงได้ดีทั้ง แสงของ Godzilla และตัวเมืองก็ตามครับ ส่วนซาวด์ประกอบในเรื่องนี้ส่งเสริมให้หนังนั้นสนุกและมีส่วนร่วมได้ดีมากขึ้น ช่วยขับเรื่องอารมณ์ ความตื่นเต้นได้ดีชัดเจนถือว่า งานภาพเสียง และความลุ้นไปกับจังหวะหนังคือลงตัวและเป็นจุดที่เสริมแอคชั่นให้ดีมากขึ้น

Godzilla vs Kong' ถล่มรายได้ทั่วโลกสัปดาห์แรกไป 122 ล้านเหรียญ | #beartai

ภาพรวมนั้นเป็นหนังที่เน้นในเรื่องของแอคชั่นแบบล้วนๆซึ่งเป็นปกติของหนังแนวนี้และต้องบอกว่าเจาะตรงจุดที่หลายๆคนต้องการครับการให้ Airtime ฉากต่อสู้กันทั้ง 2 ตัวนั้นเน้นๆหนักๆทั้งเรื่อง ความอลังการทั้งเรื่องบอกเลยว่าเต็ม 10 ครับ ตอบสนองต่อแฟนๆที่รอคอยได้เป็นอย่างดี แต่เรื่องของบท การเล่าเรื่องในตัวนี้ในภาพรวมอาจจะเรียบๆธรรมกาตามฉบับทั่วไปเลยนั้นเองครับและคาดเดาอะไรได้ง่าย รวมถึงฝั่งมนุษย์เองนั้นก็ไม่ค่อยดีเท่าไรนักครับแต่ถ้ามองในแง่ของภาพยนต์แอคชั่น ต่อสู้ ของสัตว์ประหลาดแบบนี้แหละคือตอบโจทย์และทำได้ลงตัวของมันแล้ว และแนะนำให้ลองไป IMAX นั้นจะเสริมการดูหนังให้สนุกมากขึ้น เร้าใจมากขึ้น เสียงดังแน่น กระหึ่มแบบจัดเต็มครับ

 

ก็ต้องชื่นชมวอร์เนอร์และทีมงาน ที่สามารถหยิบข้อผิดพลาดจาก Godzilla: King of the Monsters (2019) มาแก้ไขรอยแผลต่าง ๆ ได้อย่างหมดจดโดยเฉพาะ เรื่องราวทางฝั่งมนุษย์ที่เป็นปัญหามาตลอดในหนังตระกูล Monsterverse ใน Godzilla vs Kong ก็เลยลดเวลาบนจอของเหล่ามนุษย์ทั้งหลายลงไป แล้วเพิ่มเวลาบนจอของก็อดซิลลา และ คิงคอง ให้อย่างจุใจ แต่ถ้าดูชื่อของผู้กำกับ อดัม วินการ์ด (Adam Wingard) แล้ว ก็ยังมองว่า วอร์เนอร์นี่ก็ยังกล้าเสี่ยงกับผู้กำกับหนังสยองขวัญเกรดบี อยู่อีกนะ

เพราะภาษีของ อดัม วินการ์ด นี่ก็ไม่ได้เครดิตดีไปกว่า ไมเคิล โดเฮอร์ตี้ (Michael Dougherty) จาก Godzilla: King of the Monsters เท่าไหร่เลย เคยกำกับแต่หนังทุนสร้างไม่ถึง 10 ล้าน อยู่ดี ๆ ก็ก้าวกระโดดมาคุมหนังทุนสร้าง 200 ล้านกันเลยทีเดียว แต่ก็ถือว่าโชคดีที่วอร์เนอร์ไม่พลาดซ้ำสอง Monsterverse ยังได้มีอนาคตไปต่อ

และอีกอย่างจากที่ผ่านมา เนื้อหาของเหล่ามนุษย์ก็มักจะวนเวียนเกี่ยวกับอดีตสามี-ภรรยา หรือดราม่าครอบครัว พ่อแม่ลูก ใน Godzilla vs Kong นี่ยิ้มได้เลยครับ ไม่มีดราม่าเหล่านี้ให้เห็นอีกต่อไป บทหนังวางหน้าที่ของตัวละครฝ่ายมนุษย์ได้ดีในภาคนี้ ด้วยการทำหน้าที่ในการเชื่อมโยงปริศนาการปรากฏของก็อดซิลลา กับภารกิจจำเป็นของคิงคอง และแผนการร้ายขององค์กร APEX

 

อีกจุดหนึ่งที่หนังทำหน้าที่เอาใจผู้ชมได้ดีก็คือ รอบนี้ไม่ต้องรอไปอีก 20 – 30 นาที กว่าจะได้เห็นคิงคอง หรือ ก็อดซิลลา อีกแล้ว เพราะคราวนี้เราได้เห็นหน้าคิงคองก่อนมนุษย์เสียอีก แม้ชื่อหนังจะเอา Godzilla ขึ้นนำ แต่เอาเข้าจริง ๆ เลย พูดได้เต็มปากเต็มคำล่ะว่าคิงคองดูมีความเป็น ‘พระเอก’ อย่างเด่นชัด เพราะหนังเล่าเรื่องโดยมีคิงคองเป็นจุดศูนย์กลางของเรื่อง ส่วนก็อดซิลลาก็โผล่มาพะบู๊ด้วยเป็นพัก ๆ ถ้าวิเคราะห์ตามแล้ว จากหนัง King Kong และ Godzilla ที่ผ่านมานั้น

จะให้คนดูเชียร์ก็อดซิลลามากกว่าก็คงทำได้ยากล่ะนะ เพราะด้วยพื้นฐานที่เป็นลิง แสดงสีหน้าสายตาสื่ออารมณ์ได้ หน้าตาก็ดูเป็นมิตรกว่าก็อดซิลลา และที่สำคัญคนดูตั้งแต่อดีตจดจำความรู้สึกว่าคิงคองถูกมนุษย์รังควาญและรังแกมาโดยตลอด แม้กระทั่งภาคนี้ก็เหอะนะ เดี๋ยวก็ลากคองไปนู่นไปนี่ ไม่ถามมันซักคำว่าอยากไปมั้ย

ถึงแม้ว่าคิงคองจะได้เปรียบในเรื่องได้ใจคนดูเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ก็ขอชื่นชมทีมเขียนบทอีกที ที่ฉลาดในการวางสถานะของ ‘ก็อดซิลลา’ ที่แม้ไม่ได้เป็นพระเอกจ๋าแบบคิงคอง แต่ก็ไม่ใช่ผู้ร้ายเสียทีเดียว แม้เห็นหน้าแล้วจะให้ทำใจเชื่อว่าเป็นสัตว์ยักษ์ฝ่ายดีได้ยากเต็มทีเหอะนะ ก็อดซิลลานี่ก็ประมาณเจ้าพ่อขาเก๋าที่ขี้หงุดหงิดประมาณนั้นล่ะ ก็ค่อยไปดูแล้วกันว่าบทหนังพลิกสถานะก็อดซิลลาให้กลับมาเท่ได้อย่างไร ดูหนังออนไลน์

 

ถึงแม้ว่าบทหนังจะมีการปรับเรื่องราวฝั่งมนุษย์ได้ดีขึ้น แต่กระนั้นพลอตเรื่องโดยรวมก็ยังค่อนข้างเบา และดำเนินไปบนสูตรสำเร็จของหนังแนวบล็อกบัสเตอร์เอาใจตลาดอยู่ดี ฝ่ายดีก็ดีตั้งแต่ต้นจนจบ ส่วนฝ่ายร้ายก็ร้ายแบบชัดเจนไม่ต้องแอบแฝง เรื่องราวเดินเป็นเส้นตรงไม่มีหักมุมให้เหวอแต่อย่างใด บทหนังก็ยังคงเต็มไปด้วยช่องโหว่เต็มไปหมด ซึ่งถ้าจริงจังคิดหาเหตุผลตามก็คงหมดสนุกล่ะ เพราะเต็มไปด้วยความเวอร์วังแทบจะทุกนาที ก็ปลอบตัวเองไป ว่านี่เราดูหนังฮอลลีวูดอยู่นะ

ภาคนี้ตัวละครส่วนใหญ่จะเป็นหน้าใหม่ รีเบ็กก้า ฮอลล์ (rebecca Hall) มาเป็น ดร.ไอลีน แอนดรูว์ ผู้รับผิดชอบในการควบคุมดูแลคิงคองบนเกาะกะโหลก ที่ดูมีอำนาจมากมายล้นฟ้าจัง คนเดียวสามารถตัดสินใจเคลื่อนย้ายคิงคองไปไหนมาไหนได้ หนำซ้ำยังเอาเรือบรรทุกเครื่องบินลำมหึมามาร่วมขบวนได้เป็นสิบ ๆ ลำเลยด้วย ตัวละครสำคัญในภาคนี้คือ ‘เจีย’ เด็กน้อยชาวเกาะ ที่โผล่มาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย แต่ก็ยังดีที่ดูไปสักพัก ดร.ไอลีน

ก็เล่าที่ไปที่มาของหนูน้อยให้คนดูรับทราบ ‘เจีย’ ได้หนูน้อย เคย์ลี ฮอตเทิล (Kaylee Hottle) มารับบท เป็นเด็กที่หน้าตาน่ารักมากกก หน้าตาขึ้นกล้อง ทำให้หนังดูสดใสขึ้นได้เยอะเลย บทของเธอนั้นเป็นเด็กที่หูหนวก เลยต้องใช้ภาษาใบ้ และที่ชวนอึ้งก็คือน้อง เคย์ลี เธอหูหนวกตั้งแต่กำเนิดจริง ๆ

สลัดสาหร่ายพวงองุ่น ผสมทุกอย่างในชามเรียบร้อยก็ราดน้ำสลัดลงไป

สลัดสาหร่ายพวงองุ่น ผสมทุกอย่างในชามเรียบร้อยก็ราดน้ำสลัดลงไป

ยำสาหร่ายพวงองุ่น - iFit4Health อาหารคลีน

สาหร่าย คุณประโยชน์จากทะเล
– สาหร่ายสามารถดูดซับไขมันจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไป แล้วก็จะถูกขับออกจากร่างกาย โดยไม่สะสมอยู่ตามพุงหรือต้นขา นี่แหละ สุดยอดแห่งความฝันของสาวๆ เลย
– สาหร่ายมีสารที่ช่วยชะลอการทำงานของเอนไซม์ซึ่งทำหน้าที่ย่อยคาร์โบไฮเดรต เมื่อค่อยๆ ย่อย อาหารก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ และเราก็จะหิวช้าลง เยี่ยม!
– สาหร่ายมีไอโอดีน ซึ่งเป็นแร่ธาตุอีกชนิดหนึ่งที่มีส่วนร่วมในกระบวนเผาผลาญ เมื่อกระบวนการเผาผลาญทำงานได้อย่างปกติ ร่างกายก็สามารถนำพลังงานไปใช้ได้อย่างปกติเช่นกัน

1. มีความโดดเด่นในเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระ
ทำให้ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ร้ายอย่างโรคมะเร็งได้สูง ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ภายในร่างกาย ทำให้เซลล์แข็งแรง และยังลดความเสี่ยงของโรคร้าย ได้หลายโรค

2. อุดมด้วยวิตามินหลากหลายชนิด
ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 วิตามินซี วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค ซึ่งเป็นหนึ่งในหมู่อาหารทางโภชนาการที่ร่างกายคนเราต้องการทุกวัน เพื่อจะช่วยเสริมสร้างร่างกายให้มีความแข็งแรง ส่งผลให้มีสุขภาพดี ห่างไกลจากอาการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ

3. อุดมด้วยไอโอดีน
ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่จะช่วยป้องกันการเกิดโรคคอพอก โดยร่างกายจะใช้ไอโอดีนในการสร้างฮอร์โมนของต่อมไทรอยด์ และควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ให้เป็นปกติ

4. ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรง
มีฤทธิ์ในการช่วยสมานแผล ต้านสารพิษต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัว และล้างสารพิษที่ตกค้างออกจากร่างกาย

5. มีสรรพคุณช่วยให้ระบบประสาท และกล้ามเนื้อทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรง กระตุ้นให้ร่างกายรู้สึกกระชุ่มกระชวย และมีชีวิตชีวา

6. มีธาตุเหล็ก และทองแดง
ที่จะช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง รวมทั้งช่วยนำพาออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย และมีธาตุสังกะสีซึ่งมีฤทธิ์ทำให้ร่างกายฟื้นตัวจากอาการไข้หรือเจ็บป่วยไม่สบายได้เร็ว

7. มีสรรพคุณช่วยรักษาโรคลำไส้อักเสบ หรือโรคตับอักเสบ
เนื่องจากเป็นแหล่งของกรดอะมิโนหลายชนิดที่พืชบกส่วนใหญ่ไม่มี ซึ่งมีฤทธิ์ในการสมานแผลด้วยนั่นเอง

8. สาหร่ายใช้ประโยชน์ในการช่วยขับพิษ
เพราะเส้นใยอาหารในสาหร่ายสีเขียวจะช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกายได้เป็นอย่างดี บำรุงผิวพรรณให้สดใส ทำให้การย่อยอาหาร และการขับถ่ายเป็นปกติ และทำให้การดูดซึมอาหารของร่างกายดีขึ้น

ส่วนผสม สลัดสาหร่ายพวงองุ่น

• สาหร่ายพวงองุ่น
• ปูอัด
• ผักร็อกเก็ต
• มะเขือเทศเชอร์รี
• น้ำสลัดซีอิ๊วญี่ปุ่นน้ำใส [คลิกดูวิธีทำ น้ำสลัดซีอิ๊วญี่ปุ่นน้ำใส]
• น้ำเปล่า
• น้ำเย็นจัด

วิธีทำ สลัดสาหร่ายพวงองุ่น

• 1. ล้างสาหร่ายพวงองุ่นให้สะอาด โดยการผ่านน้ำสะอาดจากนั้นนำไปใส่ในน้ำเย็นจัดทิ้งไว้ 15 นาที

• 2. ตักสาหร่ายพวงองุ่นขึ้นสะเด็ดน้ำแล้วใส่ถ้วย เตรียมไว้

• 3. หั่นมะเขือเทศเชอร์รีเป็นแว่น ๆ ฉีกปูอัดเป็นเส้น ๆ

• 4. ใส่ผักร็อกเก็ตลงในชาม ตามด้วยปูอัด มะเขือเทศเชอร์รี สุดท้ายใส่สาหร่ายพวงองุ่นลงไปด้านบนให้สวยงาม

• 5. ก่อนทานราดด้วยน้ำสลัดซีอิ๊วญี่ปุ่นน้ำใส

งานนักสืบ ตามดูพฤติกรรม มีลูกค้าติดต่อมาขอใช้บริการมากที่สุด

งานนักสืบ ตามดูพฤติกรรม มีลูกค้าติดต่อมาขอใช้บริการมากที่สุด

นักสืบออนไลน์ นักสืบ social | นักสืบเอกชน รับจ้างสืบ นักสืบอาชีพ "นักสืบ"  SPY24HR.COM

งานนักสืบ ตามดูพฤติกรรม นอกจากงานสืบทางด้าน สืบชู้สาว ที่ถือว่าเป็นงานที่มีลูกค้าติดต่อมาขอใช้บริการมากที่สุด แต่ก็ยังมีงานอีกหนึ่งประเภทที่มีลูกค้าติดต่อเข้ามาขอใช้บริการอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน นั่นก็คือ งานสืบธุรกิจ แล้วงานสืบธุรกิจในความหมายของทางนักสืบนั้นมันคืออะไรและทำงานกันด้วยวิธีไหนบ้าง

โดยหลักแล้วก็คืองานที่ต้องหาความเชื่อมโยงกันทั้งในรูปแบบของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่มีผลกับการทำธุรกรรมทางธุรกิจร่วมกัน เช่น นาย A ต้องการอยากทราบว่าเพื่อนร่วมงานหรือหุ้นส่วนทางธุรกิจที่เปิดธุรกิจร่วมกันอยู่แอบไปเปิดบริษัทอีกแห่งหนึ่งหรือเปล่า

แล้วบริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร ถ้าเป็นธุรกิจประเภทเดียวกันมีการดึงลูกค้าจากบริษัทของนายAมาเป็นลูกค้าของตัวเองหรือไม่ หรือ บางกรณีก็ต้องการให้ตรวจสอบคนในองค์กรว่าใครเป็นคนแอบเอาข้อมูลที่สำคัญของบริษัทไปเปิดเผยให้กับบริษัทฝ่ายตรงข้าม , มีสินค้าจากบริษัทถูกลักลอบเอาออกไปจำหน่ายอยากรู้ที่มาที่ไป , อยากรู้รายชื่อลูกค้าของบริษัทที่เป็นคู่แข่งทางการค้า , อยากรู้วัตถุดิบหรือสินค้าของบริษัทนั้นมีการนำเข้าหรือรับสินค้ามาจากไหน ตรวจสอบประวัติบุคคล

ที่กล่าวมาเป็นแค่บางส่วนของงานสืบธุรกิจ แต่ในความเป็นจริงแล้วทุกอย่างขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาขอใช้บริการ ว่าต้องการให้ทำอะไร ส่วนวิธีการทำงานของงานประเภทนี้ ก็จะเป็นการทำงานร่วมกันของงาน สืบติดตามดูพฤติกรรมบุคคล และงานตรวจสอบข้อมูลในเชิงลึก โดยจะอาศัยข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่ทางเราสามารถสืบค้นมาได้ ส่วนระยะเวลาในการสืบ อาจจะใช้เวลาไม่เกินสัปดาห์หรือบางครั้งอาจจะนานเกิน 1เดือนก็มี ขั้นอยู่กับความยากง่ายของงาน

งาน สืบธุรกิจ ก็ถือว่าเป็นงานที่ยากและท้าทายอยู่ไม่น้อย เพราะเป็นงานที่ต้องอาศัยปัจจัยในการทำงานหลายๆอย่างดังที่กล่าวมาและที่สำคัญก็คือเทคนิคหรือประสบการณ์เฉพาะตัวที่ต้องเข้าใจในการทำงานประเภทนี้ จึงจะทำงานให้สัมฤทธิผลได้ตามที่ลูกค้าต้องการ และก็เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากที่สุดกับทางผู้ว่าจ้าง

รีวิวหนังดี Catch Me If You Can จับให้ได้ ถ้านายแน่จริง ของพระเอกหน้าหล่อ

รีวิวหนังดี Catch Me If You Can จับให้ได้ ถ้านายแน่จริง ของพระเอกหน้าหล่อ

ดูมาเล่าไป: Catch Me if You Can งานบันเทิงขั้นสุดยอด

รีวิวหนังดี อาชญากรระดับโลกที่สร้างความเสียหายให้กับสถาบันการเงินและธุรกิจต่างๆ ปลอมแปลงฉ้อโกง เป็นเงินรวมมูลค่ากว่า 4 ล้าน เหรียญสหรัฐฯ อาชญากรคนนี้เป็นที่ต้องการตัวของ FBI และประเทศต่างๆเช่น สหรัฐอเมริกา , ฝรั่งเศส , สวีเดน , อิตาลี , เยอรมัน , อังกฤษ , สวิตเซอร์แลนด์ , กรีซ , เดนมาร์ก , นอร์เวย์ , ตุรกี , อียิปต์ , เลบานอน , ไซปรัส อาชญากรคนนี้ยังถูกยกย่องให้เป็น นักต้มตุ๋นระดับโลกที่หาใครมาเทียบไม่ได้ เขาเป็นได้ทั้ง นักบินในสายการบินชื่อดังทั้งๆที่ไม่เคยเรียนการบิน เป็นกุมารแพทย์ในโรงพยาบาลทั้งๆที่ไม่เคยเรียนด้านการแพทย์ เป็นทนายโดยที่ไม่รู้กฏหมายเลยสักนิดเดียว เป็นอาจารย์สอนหนังสือในไฮสคูล ทั้งๆที่เป็นนักเรียนอยู่ และที่น่าทึ่งคือ เขาเริ่มเป็นอาชญากรตั้งแต่ อายุ 16 ปี

ภาพ ยนต์ ที่ ถูกทำ มาจาก ชีวิตจริง ของ Frank W. Abagnale ผู้ร้าย ระดับนานาชาติ โดย ปรับเปลี่ยน มาจาก หนังสือ ชื่อ

Catch me if you can ที่ ติด best seller มายาวนา นกว่า 20 ปี ส่วนตัว แล้ว ผม ยัง ไม่เคยได้ได้โอกาส อ่านหนังสือเล่มนี้

แม้กระนั้น เมื่อ ได้ ทดลอง ดู ภาพ ยนต์ประเด็นนี้ แล้วได้สร้าง แรงดลใจ แล้วก็ ให้แง่คิด ใน หลายๆ ด้าน มากมาย ก็เลย ต้องการ

จะเสนอแนะ ให้ ทดลอง หามา ดู มอง น่าเชื่อถือ ว่า จะ คุ้ม กับ ในขณะที่ เสีย ไป และก็ จำเป็นที่จะต้อง อัศจรรย์ใจ กับ หลายๆ

เหตุ ที่เกิดขึ้น ในชีวิต ของเพศชายคนนี้

Frank W. Abagnale มีพรสวรรค์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาที่หล่อเหลา ความฉลาดและช่างสังเกต แถมมีปฏิภาณ ไหวพริบ รวมไปถึงความจำที่เป็นเลิศ แต่สิ่งที่ทำให้ผู้ชายคนนี้เป็นสุดยอดของการตบตา นั่นก็คือ ความพยายามและการศึกษาอย่างจริงจัง ในด้านประวัติคร่าวๆ นั้น Frank W. Abagnaleเกิดที่นิวยอร์คเมื่อวันที่ 27 เมษายน 1948 เมื่ออายุ 16 พ่อแม่ของเขาหย่าจากกัน พ่อโดนตำรวจติดตามยึดทรัพย์ในฐานะฉ้อโกง ส่วนแม่ก็เริ่มที่จะสานสัมพันธ์กับครอบครัวใหม่ ด้วยเหตุนี้เองทำให้ตัวของเขา เกิดความสับสนและพยายามจะทำให้ครอบครัวกลับมาเป็นเหมือนเดิม

ประเด็นนี้เองทำให้ Frank เริ่มที่จะเรียกร้องความสนใจด้วยการหนีออกจากบ้านและพยายามหาเงินอยู่ด้วยตัวเอง เขาใช้เวลา 5 ปีในการโกงและในผลสุดท้ายเมื่ออายุ 21 ปี Frank โดนจับที่ฝรั่งเศสและซึ่งภายหลังถูกย้ายมาคุมขังที่สหรัฐอเมริกา 5 ปีหลังจากนั้น Frank ถูกปล่อยตัวโดยมีเงื่อนไขคือทำงานให้กับ FBI เพื่อที่จะชดเชยความผิด ซึ่งตลอดเวลา25ปี Frank ได้ทำงานให้กับ FBI และ ออกแบบเช็คทางการของ IPS ซึ่งใช้โดยสถาบันการเงินหลายหมื่นแห่ง แทนที่แคชเชียร์เช็ค

เขายังออกแบบและพัฒนาโปรแกรม SAFEChecks™ และ Check Plus™ ซึ่งเป็นการทำให้ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง มีเช็คที่ปลอดภัยใช้โดยไม่ต้องจ่ายแพง ความเชี่ยวชาญของเขา เป็นที่ไว้วางใจของผู้พิมพ์เอกสารสำคัญ และผู้ผลิตเครดิตการ์ดสามแห่ง นอกจากนี้ เขายังเป็นที่ปรึกษา ให้กับบริษัทตรวจสอบบัญชี ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศด้วย นั่นทำให้ Frank ได้รับเงินตอบแทนในแต่ละปีหลายล้าน ดอลล่า นอกจากนี้ยังเป็นที่ปรึกษาให้กับสถาบันการเงินต่างๆทั่วโลก และยังเป็นผู้ฝึกสอนให้กับ FBI และบรรยายให้ความรู้กับองค์กรต่างๆทั่วโลก แม้กระทั่งการบินไทยของประเทศเราก็ยังเคยเชิญ Frank มาให้ความรู้กับพนักงานด้วย ดูหนังออนไลน์

ภาพ ยนต์ หัวข้อนี้ มิได้เสนอ ความเก่งกาจ ของ Frank เพียงอย่างเดียว แต่ว่า ยัง สะท้อน ให้มองเห็น ถึง ความรู้ความเข้าใจ

แล้วก็ความมานะบากบั่น สำหรับในการ ทำ สิ่งต่งๆ อย่างเป็นจริงเป็นจัง และ ชี้ให้เห็น ถึง ความรู้ความเข้าใจ ในด้าน ต่างๆ ของ

Frank ที่พวกเรา สามรถ เอามา ปรับแก้ ใช้ ใน ชีวิต ได้ ตัวอย่างเช่น ความ ช่างสังเกตุ การจำซึ่ง ทั้งชีวิต ของ Frank นั้น

ดำเนินการผู้เดียว ไม่มี พวกพ้อง ไม่เกี่ยว ข้องกับสั่งเสพติด ไม่เคยฆ่าหรือ รังควานคนไหนกันแน่ ไม่เคย กขี่ หรือ รังควาน

เพศตรงข้าม เขา ใช้เพียงแต่ ความรู้ความเข้าใจ และก็ ความ ตลบตะแลง ไปสู่ แผนการที่ อยาก

หากท่านได้ลองชมภาพยนต์เรื่องนี้ ผมเชื่อว่าจะได้รับแรงบันดาลใจในหลายๆด้าน ภาพยนต์เรื่องนี้จะสะท้อนมุมมองของคนที่เคยอยู่ดีสุขีมีความสุขจนกระทั่งวันนึงเกิดถังแตกขึ้นมาภาระตกมาอยู่ที่ ลูก ซึ่งนี่คือจุดเริ่มต้นทั้งหมด หากท่านได้มีโอกาสชมภาพยนต์เรื่องนี้ผมอยากให้ลองสังเกตุพฤติกรรมและความพยายามของ Frank ในการโกง ท่านจะพบว่าการที่คนเราจะเก่งในเรื่องใดเรื่องหนึ่งแค่พรสวรรค์อย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ต้องประกอบกับความพยายามและความขยันหมั่นเพียรและที่สำคัญที่สุดคือความกล้า ภาพยนต์เรื่องนี้่เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าคนทุกคนเป็นคนเก่งได้แต่จะเก่งในแง่มุมไหนนั้นขึ้นอยู่ที่เราเป็นคนกำหนดเอง

ขนมเปี๊ยะลูกส้มไส้ถั่วกวน สำหรับไส้สามารถเปลี่ยนเป็นไส้อื่น ๆ

ขนมเปี๊ยะลูกส้มไส้ถั่วกวน สำหรับไส้สามารถเปลี่ยนเป็นไส้อื่น ๆ

ขนมเปี๊ยะสด

ใครจะไปรู้ว่าเมนูขนมเปี๊ยะที่เราซื้อกิน ๆ อยู่จะมีส่วนผสมของสารกันบูดหรือไม่ เพื่อตัดปัญหาและได้กินขนมเปี๊ยะอบสดใหม่ก็ลงมือทำกินเองเลยสิคะ ขอนำเสนอวิธีทำขนมเปี๊ยะสด มาพร้อมทั้งสูตรแป้งชั้นนอกและแป้งชั้นใน และสูตรไส้ขนมเปี๊ยะหลากแบบ

ส่วนผสม แป้งชั้นนอก

  • แป้งสาลี (แป้งซาลาเปา หรือแป้งบัวแดง) 200 กรัม
  • น้ำตาลไอซิ่ง 50 กรัม
  • น้ำ 60 กรัม
  • สีผสมอาหารสีส้ม
  • น้ำมันถั่วเหลือง 60 กรัม

ส่วนผสม แป้งชั้นใน

  • แป้งสาลี 100 กรัม
  • น้ำมันพืช 40 กรัม

ส่วนผสม ไส้ถั่วกวน (ประมาณ 360 กรัม)

  • ถั่วเขียวเราะเปลือก 250 กรัม
  • น้ำตาลทราย 230 กรัม
  • เกลือ 1/4 ช้อนชา
  • น้ำมันพืช 1/2 ถ้วยตวง

วิธีทำไส้ถั่วกวน

     1. นำถั่วเขียวเราะเปลือกล้างน้ำให้สะอาดแล้วแช่ไว้ประมาณ 5 ชั่วโมง จากนั้นนำมาต้มจนถั่วเปื่อย ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที พอต้มถั่วเปื่อยแล้วพักถั่วให้เย็นสนิท (ไม่ต้องเทน้ำออก)
2. พออุ่นลงแล้วนำมาปั่นให้ละเอียด ปั่นพร้อมน้ำที่ต้มถั่ว ถ้าหนืดไปหยอดน้ำเพิ่มได้เล็กน้อย
3. ใส่ถั่วลงไปในกระทะ ตามด้วยน้ำตาลทราย เกลือป่น และน้ำมันพืช กวนด้วยไฟอ่อนจนเริ่มงวด และถั่วล่อนจากกระทะ จากนั้นพักให้เย็นลง

วิธีทำเปลือก ขนมเปี๊ยะลูกส้มไส้ถั่วกวน

     1. ทำแป้งชั้นนอกก่อนโดยผสมแป้งกับน้ำตาลไอซิ่ง คนให้เข้ากันแล้วนำไปร่อน ผสมน้ำกับสีผสมอาหารสีส้มแล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นนำน้ำที่ผสมสีส้มค่อย ๆ เทลงไป ตามด้วยน้ำมันพืช คนให้เข้ากัน แล้วนวดต่อจนแป้งเนียน พักไว้ประมาณ 10 นาที
2. ทำแป้งชั้นในโดยผสมแป้งกับน้ำมัน แล้วนวดพอเข้ากัน พักไว้ประมาณ 10 นาที
3. ชั่งแป้งชั้นนอกก้อนละประมาณ 47-48 กรัม จะได้ประมาณ 8 ลูก และแป้งชั้นในก้อนละประมาณ 17-18 กรัม จะได้ประมาณ 8 ลูก แล้วคลึงเป็นลูกกลม ๆ พักแป้งไว้อีก 10 นาที สำหรับไส้ถั่วชั่งก้อนละ 30 กรัม
4. รีดหรือแผ่แป้งชั้นนอกเป็นแผ่น แล้วห่อแป้งชั้นในให้แน่น พักแป้งไว้อีก 10 นาที
5. รีดแป้งเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดประมาณ 4×6 นิ้ว แล้วม้วนแป้งจากด้านยาว ม้วนให้แน่น
6. จากนั้นรีดครั้งที่ 2 ให้ได้ขนาดแป้งประมาณ 3×12 นิ้ว แล้วม้วนแป้งจากด้านยาว ม้วนให้แน่น
7. รีดแป้งอีก 1 รอบ โดยรีดจากปลายให้ได้ความกว้างประมาณ 1 นิ้ว พยายามรีดให้ได้ความกว้างเท่ากัน แล้วค่อย ๆ ม้วนแป้งให้แน่น ผ่าครึ่งแล้วนำมารีดเป็นแผ่นกลม ๆ พยายามรีดให้ก้นหอยอยู่ตรงกลาง นำไส้มาห่อ
8. เอาไปอบที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 25 นาที พออบเสร็จแล้วพักให้เย็นลงในถาดก่อนสัก 10 นาที แล้วค่อยนำขนมมาพักต่อบนตะแกรงจนเย็นสนิท ถ้าใครชอบกลิ่นควันเทียนก็สามารถนำไปอบควันเทียน ทิ้งไว้ประมาณ 1 คืน
9. พอขนมเย็นลงแล้ว นำไม้มาเจาะเป็นรูเล็ก แล้วนำเอาใบไม้มาตกแต่ง จะใช้ใบแก้วหรือใบโมกก็ได้

ถั่วฝักยาวผัดพริกแกงหมู สูตรนี้ลวกถั่วฝักยาวก่อนจะได้สีเขียวสวย

ถั่วฝักยาวผัดพริกแกงหมู สูตรนี้ลวกถั่วฝักยาวก่อนจะได้สีเขียวสวย

เมนูถั่วฝักยาว

ประโยชน์ของถั่วฝักยาว
1.ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน
2.ฟอสฟอรัสมีส่วนช่วยเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน
3.วิตามินซีช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันการเกิดโรคหวัด
4.ถั่วฝักยาวมีประโยชน์ช่วยป้องกันและรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน
5.ช่วยแก้กระหาย ให้รสชุ่มชื่น ด้วยการใช้เมล็ดแห้งหรือสดนำมาคั้นสดหรือต้มกินกับน้ำ (เมล็ด)
6.ช่วยแก้อาเจียน ด้วยการใช้เมล็ดแห้งหรือสดนำมาคั้นสดหรือต้มกินกับน้ำ (เมล็ด)
7.สำหรับเด็กที่เบื่ออาหารเนื่องจากกระเพาะอาหารทำงานไม่ดี ให้ใช้รากสดนำมาผสมกับรากเถาตดหมาตดหมู แล้วนำมาตุ๋นกินกับเนื้อวัว จะช่วยแก้อาการเบื่ออาหารได้ (ราก)
8.ช่วยแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ แน่นท้อง เรอเปรี้ยว ด้วยการเคี้ยวฝักสดกิน (ฝัก)
9.ใช้ใบสดประมาณ 60-100 กรัมนำมาต้มกับน้ำ ใช้รักษาโรคหนองในและอาการปัสสาวะเป็นหนอง (ใบ)
10.ใช้เป็นยาบำรุงม้ามและไต ด้วยการใช้เมล็ดแห้งหรือสดนำมาคั้นสดหรือต้มกินกับน้ำ หรือจะใช้รากนำมาตุ๋นกินเนื้อก็ได้เช่นกัน (ฝัก, ราก, เมล็ด)

ส่วนผสม ถั่วฝักยาวผัดพริกแกงหมู

  • ถั่วฝักยาว หั่นเป็นท่อนสั้น จำนวน 1 ถ้วย
  • น้ำมันพืช สำหรับผัด
  • น้ำพริกแกงเผ็ด 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ หรือน้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • เนื้อหมูสามชั้น หรือหมูสับ หรือหมูกรอบ ตามชอบ 1 ถ้วย
  • ใบมะกรูดซอย 3 ใบ
  • พริกชี้ฟ้าแดง (แต่งจาน)

วิธีทำ ถั่วฝักยาวผัดพริกแกงหมู

     1. ลวกถั่วฝักยาวในน้ำเดือด ประมาณ 20 วินาที ตักขึ้นใส่ลงแช่ในน้ำเย็น ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ เตรียมไว้
2. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟปานกลางพอร้อน ใส่น้ำพริกแกงลงผัดจนหอม ปรุงรสด้วยน้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ
3. ใส่หมูลงผัดจนสุก ใส่ถั่วฝักยาว และใบมะกรูด ลงผัดพอเข้ากัน ยกลงจากเตา ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

รีวิวหนัง The Old Guard ความ “อมตะ” กับสิ่งที่ต้องแลกมา

รีวิวหนัง The Old Guard ความ “อมตะ” กับสิ่งที่ต้องแลกมา

The Old Guard Trailer and Release Date on Netflix - Den of Geek

รีวิวหนัง จากกราฟิกโนเวลเรื่องดังของ “เกร็ก รักคา” The Old Guard มีความยาวทั้งสิ้น 5 เล่มตีพิมพ์ในปี 2017 ความกิ๊บเก๋คือในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ตัวเกร็กเองได้รับหน้าที่ในการดัดแปลงงานของตัวเองให้กลายมาเป็นบทภาพยนตร์ ตัวหนังแม้จะมีไม่อะไรแปลกใหม่นักแต่ก็ดูได้เพลินๆไม่เสียเวลาแต่อย่างใด
The Old Guard บอกเล่าเรื่องราว ของ ของ กลุ่ม ผู้พิทักษ์ ซึ่ง มีพลังพิเศษ สำหรับการ เยียวยา บาดแผล ไม่ว่า พวกเขา จะ โดน
จูโจม จนกระทั่ง อยู่ ใน ภาวะ อากรเกือบตาย มากแค่ไหน แม้กระนั้น พวกเขา ก็ จะ สามารถ ฟื้นคืนชีวิต ได้เหมือนกับ ปาฏิหาริย์
โดย ใน กลุ่มนี้จะมีสมาชิก ทั้งหมดทั้งปวง 4 คน ประกอบ ไป ด้วย แอนดี้ (ชารี ส คุณรอน) บุคเกอร์ โจ รวมทั้ง นิคกี้ ซึ่ง
แต่ละคน ก็มีสมัยก่อน อัน แสน ช้นาน และก็ อยู่ ใน เหตุ หลักๆ ของ ประวัติศาสตร์ โลก ตั้งแต่ สมัย โบราณ ไล่ เรียง มา เรื่อย จนถึง
ปัจจุบัน

ทั้งสี่คนแม้จะอยู่บนโลกนี้มาอย่างยาวนาน แต่ความสามารถพิเศษของพวกเขาก็เป็นเหมือนคำสาป พวกเขาต้องซุกซ่อนตัวเองไม่ให้มีตัวตนอยู่ในสังคม คอยรับงานเบื้องหลังในการทำภารกิจเสี่ยงตายต่างๆ โดยปราศจากเครดิต ไม่มีแม้กระทั่งคนรัก เพราะพวกเขารู้ดีว่าการเฝ้ามองคนที่ตนเองรักตายจากไปครั้งแล้วครั้งเล่ามันเจ็บปวดแค่ไหน

สถานการณ์ในโลกยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีและวิทยาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า มิสเตอร์วอร์ริก (แฮร์รี่ เมลลิ่ง) เจ้าของบริษัทยาที่ทราบข่าวคราวความ “อมตะ” ของกลุ่มดิโอการ์ด เขาจึงอยากจะนำตัวอย่างเลือดเพื่อมาค้นคว้าวิจัยในการหายารักษาโรคและเพิ่มอายุขัยให้กับมนุษย์ และแน่นอนว่ามันคือเรื่องผลกำไรอันมหาศาลเกินกว่าจะคาดเดา ทำให้เหล่าดิโอการ์ดถูกตามล่าอย่างหนัก

ขณะเดียวกันไนล์ (กิกี้ เลนน์) ทหารหญิงที่เข้าไปทำภารกิจในอัฟกานิสถานและพบว่าตัวเองมีพลังพิเศษในการเยียวยาบาดแผล ทำให้ทีมดิโอการ์ดต้องออกตามหาตัวเธอเพื่อป้องกันไม่ให้เธอกลายเป็นเหยื่อในการถูกจับตัวไปทำการทดลอง อีกทั้งยังช่วยกันดูแลเพื่อให้เธอสามารถปรับตัวและใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยได้ในสังคมมนุษย์

ตัวหนัง ค่อนข้างจะ ใส่ ดราม่า ในด้น ของ ความ เป็น อมตะ ที่ ตรอมตรม ของ เหล่า ผู้แสดง มา พอสมควร ซึ่ง ผู้แสดง ที่ ได้รับ มิติ
สูงสุด ก็ คงจะ หนี ไม่พ้น แอนดี้ ดิ โอลด์ การ์ด ที่อยู่ บน โลก มนุษย์มายา วนา นที่ สุด ทำความเข้าใจ เรื่องราว อัน แสน เจ็บ เยอะ
มาก มานับ ครั้ง ไม่ ถ้วน ไม่ว่า คุณ จะ หนักแน่น จาก ข้างนอกเพียงใด แต่ว่า การมีชีวิตอยู่ นับ พัน ปี อาจจะ ทำให้จิตใจ ของคุณ
ระบม จนกระทั่ง แทบเกิน แก่ไข รวมทั้งทำให้ผู้ชมมีความเห็นว่า การมีชีวิตอยู่ ยาวนาน นั้น ไม่ใช่ เรื่อง ที่ น่าอภิรมย์ เลย

ในพาร์ทของฉากต่อสู้ แม้ว่าจะไม่มีอะไรใหม่ก็พอดูได้เพลินๆสนุกพอเป็นพิธี The Old Guard จึงเป็นหนังสไตล์สตรีมมิ่งที่ดูได้ไม่เปลืองค่าไฟและชวนเราเฝ้ารอภาคต่อในอนาคตไปเรียบร้อยแล้ว

The Old Guard คืออะไร ?
The Old Guard ถูกสร้างขึ้นโดย Greg Rucka (คนเขียน Wonder Woman) และ Leandro Fernandez (คนวาด Deadpool) มี 5 เล่มจบ ตีพิมพ์เป็นครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2017

ดิ โอลด์ การ์ด เล่าเรื่องราวของอดีตทหาร 4 นาย ที่ตอนนี้กลายมาเป็นทหารรับจ้าง แต่ที่บอกว่าอดีตทหารไม่ได้หมายถึงอดีตหลักสิบปี แต่เรากำลังพูดถึงอดีตที่ผ่านมาแล้วหลายร้อยปี หรือหนึ่งในนั้นมีอายุมาแล้วเป็นพัน ๆ ปี ใช่แล้ว พวกเขาเป็นอมตะ เมื่อถูกทำร้าย ถูกแทงด้วยมีด ถูกยิงด้วยปืน พวกเขาก็แค่ปล่อยให้แผลมันรักษาตัวเอง แล้วก็ใช้ชีวิตต่อไป แต่…

จริง ๆ แล้วพวกเขาก็ไม่ถึงกับตายไม่ได้ เพียงแต่ไม่ใครรู้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไร แล้วอะไรที่สามารถฆ่าพวกเขาได้ หรืออาจจะไม่เกิดขึ้น ?

พวกเขา ทั้งยัง 4 ดำรงชีวิต ผ่านร้อน ผ่าน หนาว มา มากมาย ทุก ประวัติศาสตร์ และก็เหตุ สำคัญ ที่เกิด ขึ้น บน โลก เผชิญ ผู้คน

มากมายก่ายกอง นับไม่ถ้วน แต่ว่า เบื้องหน้าเบื้องหลังความ เป็น อมตะ สั่ง ที่ พวกเขาจำต้อง พบเจอ เป็น ความเจ็บ ที่ จำต้อง

มองเห็น ผู้ที่ตนเองรักตาย จากไปครั้งละ คนๆ ความอ้างว้างเกาะ ในใจ พวกเขา มายา วนาน ก่อให้เกิด ปริศนา ว่า เพราะเหตุใด

พวกเขาไม่ตาย ไป สักครั้ง ดูหนัง

ว่าที่จริง ชีวิตของพวกเขาวัน ๆ ก็แทบไม่มีอะไร นอกจากปฏิบัติภารกิจตามที่ถูกว่าจ้าง และพยายามไม่ทำตัวเป็นจุดเด่น ก็เท่านั้น

จนกระทั่งวันหนึ่ง พวกเขาโดนหลอกให้ไปปฏิบัติภารกิจหนึ่งที่ถูกจัดฉากเอาไว้แล้ว แล้วทำให้พวกเขาพบความจริงที่ว่า มีคนรู้ว่าพวกเขาเป็นใคร ซึ่งความเป็นอมตะของพวกเขาเป็นความลับที่ต้องรักษาเอาไว้ จึงต้องทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ความลับนี้ถูกเปิดเผย

ตะโก้ สูตรนี้ใส่แค่แห้ว ทั้งนี้ใส่เผือกเพิ่มได้ มาพร้อมวิธีทำหน้ากะทิ

ตะโก้ สูตรนี้ใส่แค่แห้ว ทั้งนี้ใส่เผือกเพิ่มได้ มาพร้อมวิธีทำหน้ากะทิ

ขนมจากแป้งข้าวเจ้า

แป้งข้าวเจ้า (Rice flour)
แป้งข้าวเจ้า หรือบางทีก็เรียกว่า แป้งญวณ ทำมาจาก เมล็ดข้าวจ้าว จับแล้วสากมือ เมื่อใช้มือสัมผัสจะมีความหยาบเล็กน้อย แต่สากมือกว่าแป้งสาลี พอทำให้สุกแล้วตัวแป้งจะมีสีขาวขุ่น จับตัวกันเป็นก้อน เหมาะสำหรับนำไปทำอาหารที่ต้องการความอยู่ตัว เนื้อขนมจะมีความแข็งร่วน

เมนูที่ทำจากแป้งข้าวจ้าว ได้แก่ ขนมกล้วย ขนมเบื้อง ขนมดอกจอก ลอดช่อง ขนม ขนมตาล ขนมชั้น ขนมถ้วยตะไล (ขนมถ้วย) ซึ่งแป้งข้าวเจ้าถือว่าเป็นแป้งที่ถูกนำมาทำขนมไทยมากที่สุด

ส่วนผสม ขนมตะโก้

  • น้ำเปล่า 1 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1+1/2 ถ้วย
  • แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย
  • แป้งมัน 1/4 ถ้วย
  • แป้งถั่วเขียว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำลอยดอกมะลิ 2 ถ้วย (หรือน้ำ 2 ถ้วย ผสมน้ำหอมกลิ่นมะลิ 1/2 ช้อนชา)
  • น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น 2 ช้อนโต๊ะ
  • แห้วต้มสุก (หั่นเต๋าเล็ก) 1 ถ้วย
  • กระทงใบเตย

ส่วนผสม หน้ากะทิ

  • แป้งข้าวเจ้า 1/4 ถ้วย
  • กะทิ 2 ถ้วย
  • เกลือป่น 1 ช้อนชา

วิธีทำ ตะโก้แห้ว

1. ใส่น้ำลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำตาลทรายลงไปคนให้ละลาย ต้มจนเดือดและเหนียวเป็นน้ำเชื่อม พักไว้จนเย็น

2. ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน แป้งถั่วเขียว น้ำลอยดอกมะลิ และน้ำใบเตยจนละลายเข้ากันดี เทใส่ลงในส่วนผสมน้ำเชื่อม กวนผสมจนแป้งสุกเหนียวและใส จากนั้นใส่แห้วลงคนผสมให้เข้ากัน ยกลงจากเตา

3. ตักใส่กระทงใบเตยที่เตรียมไว้ประมาณ 3/4 ของกระทง ตามด้วยหน้ากะทิจนเต็มพิมพ์ พักทิ้งไว้จนอุ่น

วิธีทำ หน้ากะทิ ตะโก้

  • ใส่แป้งข้าวเจ้า กะทิ และเกลือป่นลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟใช้ความร้อนปานกลาง คนผสมจนข้น และเหนียว ยกลงจากเตา หยอดลงบนขนมตะโก้

คุกกี้ธัญพืช สูตรนี้กัน ใส่ธัญพืชหลากชนิดและมีผลไม้อบแห้งด้วย

คุกกี้ธัญพืช สูตรนี้กัน ใส่ธัญพืชหลากชนิดและมีผลไม้อบแห้งด้วย

อาหารต้านโควิด 19

ภูมิต้านทานของมนุษย์ทำหน้าที่คุ้มกันเราจากการติดเชื้อ ต้านทานโรคไม่ให้ลุกลามและหายในที่สุด ภูมิต้านทานโรคจะสมบูรณ์เมื่อเรามีร่างกายแข็งแรงจากการออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนอย่างพอเพียง ได้รับอากาศบริสุทธิ์ มีจิตใจที่เบิกบานแจ่มใส และไม่ทำร้ายตนเองด้วยการสูบบุหรี่ หรือดื่มสุราป็นอาจิณ นอกจากนั้นเรายังสามารถเสริมภูมิต้านทานให้แข็งแรงเพื่อช่วยต้านทานโรคโควิด-19 ได้ด้วย 5 วิธีง่าย ๆ ดังนี้

1.รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยลดความวาน ความมันและความเค็มลง
2.เพิ่มการรับประทานผักและผลไม้หลากหลายสีและหลากหลายชนิด เพื่อเสริมวิตามินชี และสารต้านอนุมูลอิสระ
3.รับวิตามินดีเพิ่มเติมจากแสงแดด โดยให้มือ แขนและขา สัมผัสแดดเพียงครั้งละ 15 นาที ในช่วงเวลาที่แดดไม่จัดจนเกินไป ได้แก่ก่อน 10 นาฬิกา และหลัง 15 นาฬิกา ทั้งนี้วิตามินดีมีความสำคัญมากต่อการทำงานอย่างสมดุลของระบบภูมิต้านทานโรค หากภูมิต้านทานโรคทำงานเกินพอดีจะส่งผลเสียต่อร่างกายในทุกระบบ
4.รับธาตุสังกะสีให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกายจากอาหารต่าง ๆ เช่น อาหารทะล เนื้อสัตว์ เต้าหู้ ข้าวกล้อง เห็ด ผักโขม งาดำ ถั่วแดง มะม่วงหิมพานต์ ถั่วลิสง
5.รับประทานอาหารกลุ่มที่ให้จุลินทรีย์โปรไบโอติกส์อย่างสม่ำเสมอ เช่น โยคิร์ต นัตโตะ กิมจิ มิโสะ เนยแข็ง แตงกวาดอง

ส่วนผสม คุกกี้ธัญพืชไร้แป้ง (ประมาณ 18-19 ชิ้น)

  • อัลมอนด์สไลซ์ 70 กรัม
  • ข้าวโอ๊ต (จัมโบ้) 45 กรัม
  • เกลือเล็กน้อย
  • มะพร้าวอบแห้ง 20 กรัม
  • เมล็ดฟักทอง 35 กรัม
  • น้ำมันมะพร้าว 1+1/2 ช้อนโต๊ะ
  • ไข่ขาว (หนัก 35 กรัม) 1 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 30 กรัม
  • เมล็ดเจีย 10 กรัม
  • แครนเบอร์รีอบแห้ง 45 กรัม

วิธีทำ คุกกี้ธัญพืชไร้แป้ง

     1. นำอัลมอนด์ ข้าวโอ๊ต มะพร้าวอบแห้ง เกลือ และเมล็ดฟักทองใส่ลงในชามอ่าง คนให้ผสมกัน เทน้ำมันมะพร้าว คนให้ทั่ว เทใส่ถาดอบ เกลี่ยให้ทั่วถาด นำไปอบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส ประมาณ 10 นาที นำออกจากเตา พักทิ้งไว้ให้เย็น
2. นำส่วนผสมไข่ขาวมาใส่ในชามอ่างแล้วตีจนขึ้นฟองหยาบ ใส่น้ำตาลทรายลงไป ตีให้น้ำตาลทรายละลายดี
3. นำส่วนผสมถั่วที่เย็นแล้วเทลงไปผสมกับส่วนผสมไข่ขาว
4. นำเมล็ดเจียและแครนเบอร์รีอบแห้งมาใส่ในส่วนผสมไข่ขาว คนให้ไข่ขาวเคลือบส่วนผสมของถั่วและผลไม้อบแห้ง ตักลงในถาดอบที่มีกระดาษรองอบที่เตรียมไว้แล้ว โดยตักส่วนผสม 1 ช้อนโต๊ะต่อคุกกี้ 1 ชิ้น หลังจากนั้นกดคุกกี้ให้แบนและกลม
5. นำไปอบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส ประมาณ 15-20 นาที หรือจนขอบคุกกี้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทอง แล้วนำออกเตาอบ พักให้เย็นก่อนเสิร์ฟได้